คณบดีพาณิชยศาสตร์ ให้ปากคำกองปราบ ศึกชิงอธิการบดีม.บูรพา

"ผศ.ดร.บรรพต" คณบดีพาณิชยศาสตร์ ให้ปากคำกองปราบ ศึกชิงตำแหน่งอธิการบดีม.บูรพา ด้านตร.จ่อออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ม.ค.60 ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. เพื่อให้ปากคำในฐานะผู้เสียหายกรณีที่ทางสภามหาวิทยาลัยจัดประชุม ซึ่งเป็นการฝืนอำนาจ คสช. ฉบับที่ 9/2557
ผศ.ดร.บรรพต กล่าวว่า การเข้าให้ปากคำในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ ป.ป.ช. มีมติส่งสำนวนคดีที่ตนแจ้งความดำเนินคดีกับ ศ.ดร.พจน์ สะเพียรชัย และพวกรวม 12 คน ในความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ในกรณี ศ.พจน์ สะเพียรชัย ในฐานะอุปนายกสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย จัดให้มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยในวันที่ 24 พ.ค.2557 ที่ห้องประชุมกมลฤดี โรงแรมเดอะสุโกศล ถ.ศรีอยุธยา ซึ่งการประชุมดังกล่าวได้มีการนำวาระเรื่องการแต่งตั้งรักษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา การประชุมดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557 เรื่องให้สถานศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน หยุดทำการตั้งแต่วันที่ 23-24 พ.ค. 2557 ซึ่งทำให้ตน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของผู้ที่ได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการไม่ได้รับการสรรหา
คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า หลังจากการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น และมีมติให้ทาง ศ.นพ.สมพล พงศ์ไทย อธิการบดีม.บูรพา ทำหน้าที่รักษาการอธิการดีต่อไปนั้น ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส และไม่เป็นธรรมาภิบาล จนทำให้มีการประท้วงคัดค้านเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย อีกทั้งมีการยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่างๆอาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กองปราบปราม รวมทั้งศาลปกครองให้เพิกถอนมติดังกล่าว กระทั่งทางคสช.ได้สั่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงกรณีที่เกิดขึ้น ก่อนใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขปัญหาเพื่อยุติความวุ่นวายภายใน คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ณ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2559 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2559 เรื่องการกำหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่น ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 39/2559 ประกาศ ณ วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2559 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำแนะนำของคณกรรมการการอุดมศึกษา ในการประชุมครั้งที่ 9/2559 วันที่ 14 กันยายน 2559 ที่มีคำสั่งให้ โดยการให้สภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่ง และให้ทาง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ส่งเจ้าหน้าที่มาทำหน้าที่รักษาการในสภามหาวิทยาลัย โดยให้รศ.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ ทำหน้าที่รักษาการอธิการบดีอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ปัจจุบันทางศาลปกครองมีมติให้ทางตนชนะคดี แต่ทางฝ่ายคู่กรณีได้ยื่นอุทรณ์คำสั่งดังกล่าว ซึ่งในส่วนนี้ก็ว่าไปตามขั้นตอนการดำเนินการ
ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต เปิดเผยว่า กระบวนการหลังจากนี้ต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องให้ละเอียด ว่าการกระทำของคู่กรณีเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนของคำสั่งของ คสช. หรือไม่ อีกทั้งต้องนำข้อกฎหมายของพรบ.สภามหาวิทยาลัยมาเป็นองศ์ประกอบในการพิจารณา อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำ เบื้องต้นพบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งเป็นไปตามพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2542 ม. 89 ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนดำเนินการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ภาพ-rbru.ac.th







