งานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe) ครั้งที่ 83 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐ ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลประกาศรางวัลด้านภาพยนตร์ และโทรทัศน์อย่างแท้จริง แม้ก่อนหน้านี้จะมีงานประกาศรางวัล Critics Choice Awards ไปแล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจในวงกว้างเท่างานลูกโลกทองคำ และออสการ์
นอกเหนือจากการมอบรางวัลยอดเยี่ยมสาขาต่างๆ แล้วยังมีเหตุการณ์น่าประทับใจ รวมถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เราเก็บมาฝาก ซึ่งสะท้อนความเป็นไปในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกได้เป็นอย่างดี เพราะมาจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการอย่างแท้จริง
-
One Battle After Another ได้รับรางวัลด้านภาพยนตร์มากที่สุด 4 สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลง/ตลก, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (พอล โธมัส แอนเดอร์สัน), บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลง/ตลก (เทยานา เทย์เลอร์)
-
Adolescence ได้รับรางวัลด้านโทรทัศน์ไปมากที่สุด 4 สาขา ได้แก่ Limited Series ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภท Limited Series (สตีเฟน เกรแฮม), นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมประเภท Limited Series (โอเวน คูเปอร์), นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมประเภท Limited Series (เอริน โดเฮอร์ตี)
จากซ้ายไปขวา (โอเวน คูเปอร์, อีริน โดเฮอร์ตี, ฮันนาห์ วอลเตอร์ส, สตีเฟน เกรแฮม, แอชลีย์ วอลเตอร์) Credit: REUTERS/Mario Anzuoni
-
พอล โทมัส แอนเดอร์สัน หรือ PTD เป็นผู้กำกับที่ได้รับการยอมรับในฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวู้ดแต่กลับเพิ่งได้รับรางวัลลูกโลกทองคำไปครองเป็นครั้งแรกจาก One Battle After Another ซึ่งเจ้าตัวกล่าวบนเวทีว่า “ผมรักในสิ่งที่ทำมันจึงเป็นเรื่องสนุก”
-
Adolescence (วัยลน คนอันตราย) ซีรีส์จาก Netflix ที่กวาดรางวัลมาแล้วหลายเวทีเป็นเรื่องเกี่ยวกับ เจมี่ (โอเวน คูเปอร์) เด็กชายวัย 13 ปี ที่ถูกดำเนินคดีเพราะต้องสงสัยว่าก่อเหตุฆาตกรรมเพื่อนร่วมชั้นอย่างโหดเหี้ยม ตัวซีรีส์ลงลึกเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว และรั้วโรงเรียน นำไปสู่ปัญหาอันละเอียดอ่อนในสังคม รวมถึงคำถามที่ว่า "อะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เด็กปกติกลายเป็นฆาตกร"
-
อย่างไรก็ตาม แจ็ค ธอร์น ผู้เขียนบท Adolescence กล่าวได้อย่างน่าประทับใจตอนขึ้นไปรับรางวัลว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อกล่าวโทษเด็กๆ แต่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งสกปรก ขยะ และสิ่งหักพังทั้งหลายที่ผู้ใหญ่อย่างพวกเราได้วางเอาไว้บนทางเดินชีวิตของพวกเขา”
-
บทบาทนักปิงปองชื่อดังยุค 50 จากภาพยนตร์เรื่อง Marty Supreme ส่งผลให้ ทิโมธี ชาลาเมต์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลง/ตลกไปครองเป็นครั้งแรกโดยเอาชนะคู่แข่งระดับแถวหน้าอย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และจอร์จ คลูนีย์มาได้
-
ทิโมธี ชาลาเมต์ กล่าวตอนขึ้นรับรางวัลว่าการที่เขาได้เข้าชิงมา 4 ครั้งก่อนหน้านี้แล้วชวดรางวัลทั้งหมด มันทำให้ครั้งนี้ “เป็นชัยชนะที่หวานขึ้นกว่าเดิมมาก” ปัจจุบัน ถือว่าเขาเป็นนักแสดงอายุน้อยที่สุดที่ชนะรางวัลลูกโลกทองคำสาขานี้
สีหน้ายินดีของทิโมธี ชาลาเมต์ กับรางวัลลูกโลกทองคำตัวแรกที่ได้มาหลังเข้าชิงเป็นครั้งที่ 5 (Credit: REUTERS/Mario Anzuoni)
-
มีการมอบรางวัลด้าน podcast เพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับถึงอิทธิพลที่มากขึ้นของสื่อใหม่ประเภทนี้ Snoop Dogg ซึ่งเป็นผู้ประกาศรางวัล Best Podcast กล่าวว่า “ถึงผู้ทำพอดคาสต์ทุกคน พวกคุณคือผู้ชนะด้วยกันทั้งหมด แต่ผู้ชนะที่แท้จริงคือ Good Hang with Amy Poehler”
-
ส่วนเอมี่ โพห์เลอร์ เจ้าของรายการ Good Hang With Amy Poehler ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นรายการพอดคาสต์แรกที่ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำกล่าวว่า หัวใจสำคัญในการทำรายการของเธอคือ “การหัวเราะไปกับผู้คน ไม่ใช่หัวเราะเยาะพวกเขา”
-
ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล เป็นศิลปินชาวไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ประกาศรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทซีรีส์แนวดรามา ร่วมกับปริยังกา โจปรา โจนาส
-
The Secret Agent ภาพยนตร์ทริลเลอร์จากบราซิลคว้า 2 รางวัล คือ ภาพยนตร์ภาษาต่างประเภทยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์ดรามา (Wagner Moura) เอาชนะไมเคิล บี จอร์แดน และดเวย์น จอห์นสันไปได้ ถือเป็นชาวบราซิลคนแรกที่ได้รับรางวัลสาขานี้
-
ตอนที่ The Secret Agent ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ทางทีมงาน และนักแสดงต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเดินจากท้ายห้องจัดงานขึ้นมาบนเวทีได้ คาดว่าเป็นเพราะคนจัดที่นั่งประเมินพลาดว่าเรื่องอื่นน่าจะเป็นผู้ชนะรางวัลนี้มากกว่า เท่านั้นไม่พอ ผู้กำกับ Kleber Mendonça Filho ยังพูดขอบคุณได้ไม่จบก็ถูกปิดไมค์ไล่ เพราะหมดเวลาแล้ว
-
Wagner Moura เป็นดาราดังของบราซิล แต่ในระดับโลกเขาอาจจะพอเป็นที่รู้จักอยู่บ้างจากการเล่นเป็น Pablo Escobar ในซีรีส์ Netflix เรื่อง Narcos ชัยชนะบนเวทีลูกโลกทองคำครั้งนี้ รวมถึงชัยชนะจากเมืองคานส์มาเมื่อปีที่แล้ว น่าจะเปิดทางให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น
-
Rose Byrne ผู้ชนะรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลง/ตลก จาก If I Had Legs I’d Kick You เอาชนะนักแสดงดังจากหนังฟอร์มยักษ์อย่าง เอ็มมา สโตน และซินเธีย เอริโว ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่ลงคะแนนให้กับหนังเล็กๆ เรื่องนี้ที่เธอพูดติดตลกว่าใช้เงินสร้างเพียง 8.50 ดอลลาร์ เท่านั้น
-
นักแสดงตลก Nikki Glaser พิธีกรประจำงาน แซวลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ด้วยมุกที่เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับทำหน้าไม่ถูก เพราะมันพาดพิงเรื่องที่เขาคบแต่หญิงสาวที่อายุน้อยกว่ามาก แต่หลังจากนั้นเธอก็ขอโทษแล้วบอกว่าเป็นเพราะเราไม่ค่อยจะรู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย โดยบทสัมภาษณ์ชิ้นล่าสุดที่เธออ่านเกี่ยวกับลีโอคือใน Teen Beat ยุค 90 ที่เขาบอกว่าอาหารโปรดคือ พาสต้า
-
Nikki Glaser ยังปล่อยมุกต่อว่าอยากให้ทุกคนทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อไป นั่นคือ ขอให้สองผู้กำกับดัง กีเยร์โม เดล โตโร และเจมส์ คาเมรอน ทำ “หนังเซ็กซ์สัตว์ประหลาดพิลึกๆ” ต่อไป ส่วนสตีฟ มาร์ติน กับมาร์ติน ชอร์ต ก็ช่วยพิสูจน์ให้เราเห็นกันว่าในอุตสาหกรรมความบันเทิงนี้ ไม่มีใครแก่เกินไปที่จะต้องการเงิน
-
เทยานา เทย์เลอร์ เจ้าของรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก One Battle After Another ถือโอกาสใช้เวทีลูกโลกทองคำฝากข้อความถึงผู้หญิงผิวสีทั่วโลกว่า "พี่สาวน้องสาว และเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ ผิวสีน้ำตาลของฉันที่กำลังดูอยู่ มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องคอยทำตัวอ่อนโยนนุ่มนวล...เราเป็นเจ้าของทุกห้องที่เราก้าวเข้าไป เสียงของพวกเราสำคัญ ความฝันของพวกเราสมควรได้รับพื้นที่”
Credit: REUTERS/Mario Anzuoni
-
สเตลแลน สการ์สการ์ด เจ้าของรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก Sentimental Value บอกว่าจะไม่ใช้เวลา 6 นาทีกล่าวขอบคุณทุกคนที่มีชื่อในเครดิตหนังอยู่แล้ว แต่ขอขอบคุณภรรยา และลูกที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า “การเป็นพ่อที่แย่เป็นอย่างไร” พร้อมจบสปีชด้วยการกล่าวว่า “ภาพยนตร์สมควรรับชมในโรงภาพยนตร์เท่านั้น”
-
ขณะที่ Ayo Edebiri นักแสดงผู้ขึ้นไปทำหน้าที่มอบรางวัลสาขา Best Limited Series ได้กล่าวประโยคที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในการเสพสื่อบันเทิงในยุคปัจจุบันเอาไว้ว่า “รายการโทรทัศน์เป็นสิ่งที่คุณดูจากคอมพิวเตอร์ ในขณะที่ภาพยนตร์เป็นสิ่งที่คุณดูจากจอทีวีไปแล้ว”
-
ถึงแม้จะมีดรามาตามมาว่า KPop Demon Hunters เหมาะสมกับรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมจริงหรือ แต่อย่างน้อยทุกคนก็รู้สึกสะเทือนใจกับโมเมนต์ที่ อีแจ (Ejae) นักร้องนักแต่งเพลง Golden ที่ได้รับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาถึงตอนที่เธอถูกปฏิเสธจากค่ายเพลงต่างๆ หลังจากเป็นเด็กฝึก K-pop idol อยู่นานหลายปี โดยเธอได้หยิบยกเอาเนื้อเพลงท่อนหนึ่งมาพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนว่า “It’s never too late to shine like you’re born to be.” หรือ “ไม่สายเกินไปที่จะเปล่งประกายในแบบที่เธอเกิดมาเพื่อมัน”
สามสาว Audrey Nuna, EJAE และ Rei Ami กับ 2 รางวัลที่ได้รับจาก KPop Demon Hunters (Credit: REUTERS/Mario Anzuoni)
- การคว้ารางวัลใหญ่ไปครองถึง 2 รางวัลของ Hamnet สร้างความประหลาดใจให้กับทีมผู้สร้าง และนักแสดงอย่างเห็นได้ชัด โดยตอนที่ประกาศว่าได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดรามาไปครองแล้วกล้องจับไปที่โต๊ะทีมงาน ทั้งสตีเวน สปีลเบิร์ก โปรดิวเซอร์ เหล่านักแสดงอย่าง เจสซี บัคลี และผู้กำกับ โคลอี้ จ้าว ถึงกับตาโต เอามือปิดปากที่อ้าค้างด้วยความประหลาดใจทั้งคู่
ทีม Hamnet บนเวที (Credit: REUTERS/Mario Anzuoni)
-
มีหนัง และซีรีส์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่องชวดรางวัล กลับบ้านมือเปล่าในปีนี้ เช่น Frankenstein, Nobody Wants This, The Diplomat, Wicked: For Good, Jay Kelly, The Bear, Abbott Elementary, Only Murders in the Building และ Bugonia
-
Nikki Glaser ปิดงานด้วยการไว้อาลัยผู้กำกับ ร็อบ ไรเนอร์ ผู้ล่วงลับเมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา โดยเธอหยิบหมวกเบสบอลจากหนัง Spinal Tap มาสวมพร้อมกับพูดว่า “อันนี้ต้องเลข 11” ซึ่งเป็นประโยคจากหนังปี 1984 ของร็อบซึ่งเป็นที่รักของคนดู และคนในวงการ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





