สปท.การเมือง เดินหน้าแนวทางสร้างความปรองดอง ผุดโมเดลจำหน่ายคดีชั่วคราวในขั้นตอนไต่สวน เปิดโอกาสให้กลับตัวกลับใจ
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) เปิดเผยว่า แนวทางการปฏิรูปเพื่อสร้างความปรองดองของสปท.มีความคืบหน้าไประดับหนึ่งแล้ว โดยที่ประชุมสปท.การเมืองได้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มคณะเพื่อพิจารณาแนวทางดังกล่าว โดยวางหลักการสร้างความปรองดองแยกเป็นกลุ่มๆได้แก่ ในส่วนแกนนำชุมนุม หากมีคดีติดตัวจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาล ส่วนระดับประชาชนทั่วไป จะแยกตามความหนักเบาของคดี หากเป็นคดีที่มีความผิดร้ายแรงอาทิ มาตรา 112 คดีทุจริต ความผิดอาญาร้ายแรงเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งเป็นความผิดที่ประชาชนรับไม่ได้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ
นายเสรีกล่าวว่า อย่างไรก็ตามหากเป็นคดีในส่วนประชาชนทั่วไปที่มีอัตราโทษไม่รุนแรง มีโทษจำคุก 3-5 ปี เช่น การฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปชุมนุมทางการเมือง คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาศาลแขวง หรือกรณีการขัดคำสั่งไม่ไปรายงานตัว สปท.การเมืองได้เสนอแนวทางลดหย่อนการลงโทษ อาทิ คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนของศาล จะขอให้ศาลจำหน่ายคดีชั่วคราวระหว่างการสืบพยานไว้ชั่วคราว เพื่อให้โอกาสผู้กระทำผิดกลับตัว แต่มีเงื่อนไขว่าระหว่าง 3-5ปี ห้ามไปกระทำความผิดซ้ำ ทั้งการไปร่วมการชุมนุม การปลุกระดมข่มขู่ ขอย้ำว่าเป็นแนวทางลดหย่อนให้เฉพาะประชาชนในคดีที่มีอัตราโทษไม่รุนแรงเท่านั้น ไม่รวมถึงแกนนำที่จะต้องไปสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนแนวทางการใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อนิรโทษกรรมแก่ประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองนั้น อยากให้ใช้แนวทางตามกฎหมายปกติไปก่อน แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วย หากต้องการความรวดเร็ว ก็สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษได้ อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวเป็นเพียงแค่หลักเกณฑ์ที่สปท.การเมืองวางไว้เบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ จะต้องรอการประชุมหารือเพื่อหาข้อยุติต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนที่สปท.จะหมดวาระการทำงานในเดือนก.พ.นี้





