วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แก้โทษ'รอลงอาญา 2 ปี 'ชาย อานันท์ทวี-วู๊ดดี้-แจ๊คแฟนฉัน'

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษ รอลงอาญา 2 ปี “ชาย อานันท์ทวี - วู๊ดดี้–แจ๊คแฟนฉัน ” หมิ่น “ ไฮโซแชมป์ ” โกงค่าจัดคอนเสิร์ตปี 56

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษ รอลงอาญา 2 ปี “ ชาย อานันท์ทวี - วู๊ดดี้–แจ๊คแฟนฉัน ” สัมภาษณ์-ออกรายการวู๊ดดี้หมิ่น “ ไฮโซแชมป์ ” โกงค่าจัดคอนเสิร์ตปี 56 พร้อมสั่งคุมประพฤติ-ทำงานบริการสังคม 12 ชั่วโมง แถมโทษปรับ จากเดิมโทษจำคุกไม่รอลงอาญา ขณะที่ หนิง ปณิตา ให้กำลังใกล้ชิดกลุ่มชาย-วู๊ดดี้

 

ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 ธ.ค.59 เวลา 11.45 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1229/2556 ที่บริษัท ไซดิคทิฟ อีเลเมนท์ จำกัด และนายจิรัฏฐ์ หรือไฮโซแชมป์ เพชรนันวงศ์ เป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง นายอานันท์ทวีป หรือชาย ชยางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหารบริษัท อานันท์ทวีป อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัดซึ่งรับจัดงานประชาสัมพันธ์,น.ส.สิริลดา ชยางกูร ณ อยุธยา น้องสาว,น.ส.เจฌิญา อภิชาตมณี,นางเพ็ญ สุขสมบูรณ์วงศ์,นายวุฒิธร หรือวู๊ดดี้มิลินทจินดา ผู้ดำเนินรายการ“เช้าดูวู๊ดดี้”ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี และนายเฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ หรือ“แจ๊ค แฟนฉัน”ผู้ดำเนินรายการร่วม เป็นจำเลยที่ 1 - 6 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 และ 332

 

ตามฟ้องโจทก์บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 1 - 6 มี.ค. 56 จำเลยที่ 1 - 4 ได้ส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชนมาทำข่าว ที่จำเลยที่ 1 และพวกได้เข้าแจ้งความโจทก์ที่กองบังคับการกองปราบปราม โดยจำเลยทั้งสี่ ร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ กล่าวหาว่า บริษัทโจทก์ที่1 จัดงานแสดงคอนเสิร์ตไม่เป็นไปตามที่โฆษณา และกล่าวหาว่า นายจิรัฎฐ์ โจทก์ที่ 2 โกงเงินค่าจ้างจัดออแกไนซ์ และประชาสัมพันธ์คอนเสิร์ต เมื่อเดือน ธ.ค.55 และเมื่อวันที่ 8 มี.ค.56 จำเลยที่ 1 ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ“เช้าดูวู๊ดดี้”โดยมีจำเลยที่ 5 - 6 เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งใส่ความโจทก์เบี้ยวค่าจ้างการทำประชาสัมพันธ์งานคอนเสิร์ต รวมทั้งพาดพิงน้องสาวโจทก์ ในทางที่เสื่อมเสีย ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายและให้โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันด้วย ชั้นพิจารณาจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

 

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 มี.ค.58 ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 - 6 เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตาม ม.328 ประกอบ ม.83 ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกระทงความผิด ให้จำคุกนายอานันท์ทวีป หรือชาย จำเลยที่ 1 รวมทั้งสิ้น 3 ปี และนายวุฒิธร หรือวู๊ดดี้,นายเฉลิมพลหรือแจ๊ค จำเลยที่ 5 - 6 ให้จำคุกคนละ 1 ปี โดยไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 , 5 , 6

 

ส่วน น.ส.สิริลดา น้องสาวของนายอานันท์ทวีป,น.ส.เจฌิญาและนางเพ็ญ จำเลยที่ 2 - 4 ที่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ให้จำคุกคนละ 1 ปีและปรับคนละ 100,000บาท แต่ไม่จำเลยที่ 2-4 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับมีที่อยู่การทำงานเป็นหลักแหล่ง ดังนั้นโทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยที่ 1-6 ร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาย่อใน นสพ. เอเอสผู้จัดการรายวัน,ไทยรัฐ,เดลินิวส์และมติชน เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันด้วย

 

ต่อมาโจทก์ ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนัก และไม่รอการลงโทษจำเลย ขณะที่จำเลยที่ 1 ,5,6 ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษเบา และรอการลงโทษ ซึ่งระหว่างการอุทธรณ์สู้คดี นายอานันท์ทวีป หรือชาย จำเลยที่ 1,นายวุฒิธร หรือวู๊ดดี้และนายเฉลิมพล หรือแจ๊ค จำเลยที่ 5-6 ได้ใช้หลักทรัพย์คนละ 100,000 บาท ยื่นประกันตัวไป

 

โดยวันนี้ จำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายไฮโซแชมป์ โจทก์ มีเพียงทนายความผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาฟังคำพิพากษา

 

ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว พยานหลักฐานรับฟังได้ มีการออกหนังสือแจ้งสื่อมวลชนผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือE-MAILนัดพบที่กองปราบปรามซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1-4 เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ที่บริษัทโจทก์ยังชำระค่าจ้างการงานประชาสัมพันธ์แสดงคอนเสิร์ตเดือน ธ.ค.56 ไม่ครบตามจำนวน คงค้างอีก 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งหนังสือแจ้งผ่านE-MAILนั้น มาจากบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารอยู่ ส่วนที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าไม่ได้เป็นผู้ออกหนังสือแต่มีบุคคลอื่นดำเนินการ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้นำบุคคลนั้นมาเบิกความ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ส่งหนังสือแจ้งสื่อมวลชนดังกล่าว และเมื่อจำเลยที่ 1-4 เดินทางกองบังคับการกองปราบปราม ก็มีการนำภาพถ่ายมาแสดงต่อสื่อมวลชนประกอบการให้สัมภาษณ์ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ฝ่ายโจทก์ทำธุรกิจที่ไม่สุจริต ซึ่งการสัมภาษณ์ก็เกี่ยวกับธุรกิจส่วนตัว ไม่ใช่ประโยชน์ต่อสาธารณะ ดังนั้นจึงไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ที่จะให้พ้นผิด ตามที่จำเลยอ้างมาต่อสู้

 

นอกจากนี้ในวันที่ 8 มี.ค.59 จำเลยที่ 1 ได้ออกรายการที่มีนายวุฒิธรและนายเฉลิมพล จำเลยที่ 5 - 6 เป็นพิธีกรซึ่งมีการพูดออกรายการว่าโจทก์มีพฤติการณ์โกงค่าจ้างจำเลย ซึ่งทำให้ประชาชนเข้าใจว่าโจทก์ประพฤติไม่สุจริต ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยทั้งหมดจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

 

ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ ให้ศาลลงโทษสถานหนักนั้น ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าแม้จำเลยจะกระทำผิด แต่พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แล้วไม่ร้ายแรง ซึ่งจำเลยยังสามารถแก้ไขกลับตัวได้ อีกทั้งจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลอุทธรณ์จึงเห็นควรแก้โทษให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ และให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นคนดี แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำเห็นควรเพิ่มโทษให้ปรับจำเลยบางคนด้วย

 

ศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกนายอานันท์ทวีป หรือชาย จำเลยที่1รวม2กระทงๆ 6 เดือน และปรับกระทงละ 5,000 บาท รวมจำคุกทั้งสิ้น 12 เดือนและปรับ 10,000 บาท

 

ส่วนจำเลยที่ 2 - 6 ให้จำคุกคนละ 6 เดือนและปรับคนละ 5,000 บาท โดยโทษจำคุกจำเลยทั้งหกนั้น ให้รอลงอาญาคนละ 2 ปี และให้จำเลยทั้งหก รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก3เดือนเป็นเวลา4ครั้ง และทำงานบริการสังคม12ชั่วโมง ส่วนที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 

ขณะที่นายอานันท์ทวีปหรือชาย จำเลยที่1กล่าวสั้นๆ ว่า จะฎีกาคดีอีกหรือไม่ ต้องรอปรึกษาทนายความก่อน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสร็จสิ้นแล้ว ทั้งหมด ได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก่อนที่จะเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเพื่อกำหนดข้อตกลงการทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ซึ่งวันนี้มีผู้ใกล้ชิดจำนวนหนึ่ง และดาราสาวหนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มจำเลยด้วย