"ผบ.ตร"สั่งสำนักเทคโนโลยีฯเร่งหามาตราการป้องกันแฮกเกอร์ล้วงข้อมูลถึงชั้นความลับ "รองโฆษก ตร."แจงข้อมูลเงินเดือน-ค่าเบิกจ่ายไม่ใช่ความลับ
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี พลเมืองต่อต้าน Singgle Gateway ได้โพสข้อความในเพจเฟสบุ๊คประกาศจะเปิดข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 4,000 นาย ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับเงินดือน,ค่ารักษาพยาบาล,ค่าเล่าเรียน ,เลขที่บัญชีธนาคารและค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้อมทั้งเตรียมแฮกข้อมูลหน่วยงานของรัฐอีกจำนวนมาก ว่า เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห้งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ เร่งรัดหามาตรการป้องกันการเข้าถึงชั้นความลับทุกกรณี และสั่งการให้ทุกหน่วยไปตรวจสอบการเข้าถึงที่ไม่ชอบทุกกรณีด้วยพร้อมมอบหมายให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) รับผิดชอบตรวจสอบกลุ่มคนผู้กระทำผิด
สำหรับข่าวตามเพจต่างๆที่มีการแชร์ว่ามีหลายเว็บไซต์ขิงตำรวจถูกแฮก เบื้องยังไม่พบว่ามีเพจใดได้รับความเสียหาย หรือ ถูกเข้าถึงข้อมูลชั้นความลับ โดยเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการดิสเครดิตภาคราชการเท่านั้น เตือนผู้ที่ชักชวนผู้อื่นให้กระทำผิดและผู้ที่ลงมือกระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน ทั้งนี้ได้ให้ทุกหน่วยไปสำรวจความเสียหายของเว็บไซด์และข้อมูลก่อนมาร้องทุกข์ ซึ่งไม่อยากให้มองว่าเว็บไซต์ตำรวจถูกแฮกได้ง่าย ไม่ว่าจะมีการพัฒนาระบบซอฟแวร์ไปถึงขั้นไหน อาชญากรเหล่านี้จะหาช่องว่างในการเข้าถึงระบบ เป็นกลไกปกติ แต่ยืนยันว่าไม่มีความเสียหายทางข้อมูลหรือชั้นความลับทางราชการ ส่วนเมื่อคืนนี้มีการแฮ็กข้อมูลของตำรวจทางหลวง แล้วนำมาแฉผ่านอินเตอร์เน็ต ทั้งเงินตำรวจ ค่ารักษาพยาบาล เลขบัญชีธนาคาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆนั้น ไม่ได้เป็นข้อในชั้นความลับ จึงไม่ได้เสียหายอะไร และขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดของรัฐมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ส่วนจะเป็นการท้าทายอำนาจรัฐหรือไม่มองว่าคงจะเป็นแบบนั้น
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการติดตามกลุ่มแฮ็กเกอร์ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวเข้ามาแต่อย่างใด บอกได้เพียงว่าขณะนี้การสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าไปค่อนข้างมากแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้กระทำผิดว่าเป็นคนกลุ่มใด





