รองผบ.ตร. นำทีมลุยบุกเกาะยาวน้อย ยึดเวิลด์พีชมุกตะวัน3แห่ง สางคดีปมข่ายธรรมกายรุกป่า100ไร่
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ดูงานด้านความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.อ.เดชา ชวยบุญชุม รรท.ที่ปรึกษา (สบ10) และคณะตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ทหารเรือ กรมป่าไม้ โดยสารเฮลิคอปเตอร์จาก สภ.เมืองภูเก็ต มายังเกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา เพื่อตรวจสอบกรณีมูลนิธิธรรมกายบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติควนจุกเกาะยาวน้อย โดยประชุมร่วมกับ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ที่ดินจังหวัดพังงา และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมอันดามัน โรงเรียนเกาะยาววิทยา
พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า จากการตรวจพื้นที่เกาะยาว พบมีการสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิล์ดพีซมุกตะวัน 3 แห่ง ซึ่งพบว่าพื้นที่มุกตะวัน1 มีพื้นที่ทั้งหมด 137 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 40 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 21 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าไม้ 19 ไร่ คิดเป็นมูลค่าเสียหาย 2.7 ล้านบาท และจากการตรวจสอบของ บก.ปทส. พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีมูลนิธิธรรมกายเป็นผู้ถือครอง โดยมี พระธัมมชโย เป็นประธาน จากการตรวจสอบมีการอ้างว่า มีเอกสารสิทธิ นส.3 ก. จำนวน 33 แปลง รวม 140 ไร่ ซึ่งเป็นของมูลนิธิธรรมกาย จำนวน 28 แปลง มีนายเพชร์ แก่นทรัพย์ อายุ54 ปี ชาวอ.ภูเรือ จ.เลย ถือครอง 4 แปลง และ มี น.ส.นวลนิตย์ หงส์วิวัฒน์ ถือครองจำนวน 1 แปลง จากนั้นตรวจสอบพบว่า ที่ดินของนายเพชร์ มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ ไปแล้ว 1 แปลง จำนวน 13 ไร่ 75 ตารางวา เมื่อปี 2547 ทั้งนี้นายเพชร์ ยังเป็นผู้รับมอบจากมูลนิธิธรรมกายหรือ เรียกว่านอมินี รวมทั้งนายเพชร์ มีความเชื่อมโยงกับการรุกป่าในพื้นที่อื่นๆด้วย เช่น วัลเล่ย์เวิล์ดพีซ จ.เลย
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พบการก่อสร้างอาคาร 18 หลังในมุกตะวัน1 บนเกาะยาวน้อย และพบว่าเคยก่อสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย แต่เพิ่งมีการรื้อถอนเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งนี้ได้สั่งการให้กรมป่าไม้ตรวจพื้นที่ป่าที่มีการบุกรุก แผ้วถาง อ้างเอกสารสิทธิ สร้างอาคาร โดยให้ตรวจสอบว่าการอนุญาตให้สร้างอาคาร แผ้วถาง ของ อบต.เกาะยาว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งให้ตรวจสอบการเสียภาษีต่างๆ โดยพบพิรุธในการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ มุกตะวัน 1 นส3ก. เลขที่ 963 เกาะยาวน้อย เดิมที่ดินมีเพียง 2 ไร่ 80 ตารางวา มีการโอนสิทธิหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2539 มีการโอนจากผู้ได้สิทธิเดิมให้มูลนิธิธรรมกาย แต่พบว่าพื้นที่นี้มีการขยายจาก 2 ไร่ เป็น 15 ไร่ 2 งาน 72 ตารางวา และเมื่อดูรูปแปลงที่ดินแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
“จากการตรวจสอบสืบสวนสอบสวนยังพบว่ามูลนิธิธรรมกาย มีการขายแพ็คเกจปฏิบัติธรรม ตั้งแต่ราคา 1,900 บาท จนถึง 5,900 บาท ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ป่าโดยมิชอบหาประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งให้สรรพพากรตรวจสอบเก็บภาษี ทั้งนี้แม้เป็นมูลนิธิแต่กลับมีการหารายได้ และจากการตรวจ นายเพชร์ พบว่า เมื่อวันที่19 ส.ค. 2549 มูลนิธิธรรมกายตั้งอยู่เลขที่ 23/2 ม.7 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มอบอำนาจให้ทำนิติกรรมรับโอนที่ดินแก่นายเพชร์ ซึ่งครั้งนั้นมีกรรมการมูลนิธิ 13 ราย แบ่งเป็นพระสงฆ์9 รูป และบุคคลทั่วไป 4 ราย โดยมีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ตำแหน่งสมัยนั้น) หรือ พระธัมมชโย เป็นประธานกรรมการ และมีพระปลัดสุธรรม สุธัมโม ผู้ช่วยเจ้าวาสวัดธรรมกายปัจจุบันเป็นกรรมการและเลขานุการ” รองผบ.ตร.ระบุ
รองผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ส่วน มุกตะวัน2 มีการถือครองพื้นที่ทำประโยชน์ 162 ไร่ ระบุชื่อนายเพชร์ แก่นทรัพย์ เป็นผู้ครอบครองเช่นกัน แต่ตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ และอยู่ในพื้นที่ป่าสวงวนแห่งชาติ รวม 82 ไร่ มูลค่าเสียหาย 5.6 ล้านบาท ถัดออกไปเป็นมุกตะวัน 3 มีการยึดครองพื้นที่ทำประโยชน์ 100 ไร่ แต่เมื่อตรวจไม่มีเอกสารสิทธิและตรวจสอบพบว่าอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 44 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 3 ล้านบาท อย่างไรก็ตามรวมพื้นที่รุกป่าของมูลนิธิธรรมกายและนอมินิ รวมทั้ง 166 ไร่
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า การบุกรุกพื้นที่ทั้งหมดเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 ประมูลไม้ที่ดินพ.ศ. 2497 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 ทั้งนี้ อบต.เกาะยาวน้อย แจ้งต่อที่ประชุมว่า พบสถานปฏิบัติธรรมมุกตะวันทั้ง 3 แห่ง มีการสร้างอาคารโดยไม่ได้ขออนุญาต 82 หลัง น้อกจากนี้จะนำไปตรวจยึดดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ มีกลุ่มที่คาดว่าเป็นเครือข่ายวัดธรรมกายได้ทำการตัดไม้ยาง และ ไม้สัก เพื่อกีดขวางทางเข้าดังกล่าว





