"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งตีกรอบใช้จ่ายงบปี 2561 เริ่มใช้เดือนต.ค.ปีหน้า เน้นเศรษฐกิจในประเทศเข้มแข็ง-ยั่งยืน ตั้งเป้าหมาย-ตัวชี้วัดใน 1 ปี
วานนี้(14 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ซึ่งจะเริ่มใช้ในเดือนต.ค.ปีหน้า โดยตีกรอบให้ทุกหน่วยงานทำงบให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังนี้
งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 จะเน้นไปที่การสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) โดยจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และแผนแม่บทระยะ 20 ปี
ลักษณะโครงการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ มีดังนี้
1. เป็นโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและมีความสอดคล้องกับร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค และนโยบายของรัฐบาล
2. เป็นโครงการที่มีความเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ในรูปแบบห่วงโซ่คุณค่า ที่สามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง
3. มีการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมและเป็นมาตรฐาน สากล สามารถอธิบายได้ว่าเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเกิดผลดีอย่างไร ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างไร มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเท่าใด มีผลต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GPP) สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค และนโยบายของรัฐบาลในเรื่องใด
4. เป็นโครงการที่สนับสนุนแผนงานบูรณาการที่ได้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วหรือแผนงานบูรณาการที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแผนงานดังกล่าวรวดเร็วขึ้น
5. เป็นโครงการที่สนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาขยายผลในเชิงพาณิชย์หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในลักษณะการต่อยอด เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
6. เป็นโครงการที่มีความพร้อมในการดำเนินงาน มีการบูรณาการ ทั้ง 3 มิติ มีการดำเนินงานตามแนวทางประชารัฐ อาศัยกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนภายในพื้นที่ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
7. มีการจัดทำแผนแม่บทระยะปานกลางและระยะยาว เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับภารกิจที่จะดำเนินการ รวมทั้งมีการจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ
8. เป็นโครงการที่มีระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 1 ปี
9. มีการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายควบคุมอาคาร รวมทั้งได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกฎหมายใด
10. การใช้จ่ายงบประมาณต้องคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อน





