วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บิ๊กตู่' ขู่เปลี่ยนปลัดกระทรวงหากแจงงบไม่ผ่าน

"ประยุทธ์" สั่งทำงบปี'61 ขับเคลื่อน "ไทยแลนด์4.0" บันไดขั้นแรกยุทธศาสตร์ชาติ วางกรอบงบรายจ่าย 2.7 ล้านล้าน ขู่เปลี่ยนปลัดกระทรวงแจงงบไม่ผ่าน

วานนี้ (14 ธ.ค.)รัฐบาลจัดประชุมมอบนโยบายเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 1,500 คน

นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อก้าวพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง โดยเฉพาะให้มุ่งเน้นนโยบาย“ไทยแลนด์ 4.0” คู่กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสัดส่วนที่เหมาะสม

สำหรับนโยบาย“ไทยแลนด์ 4.0” นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าทำได้น้อยมากและต้องเร่งรัดพัฒนาเขตเศรษฐกิจตะวันออก(อีอีซี)ให้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ กรอบรายจ่ายงบประมาณปี 2561 ยังคงยึดหลักการจัดทำงบประมาณปี 2560 โดยวงเงินงบประมาณรายจ่ายไม่ต่างจากเดิมมากนัก และจะมีการจัดงบประมาณกลางปีเช่นเดียวกัน

สำหรับงบประมาณปี 2560 มีวงเงิน 2.73 ล้านล้านบาท โดยเป็นงบขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท และออกพันธบัตรกู้เงินสำหรับงบกลางปีอีกราว 1.6 แสนล้านบาท

นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่าในวันที่ 12 ม.ค.2560 จะหารือกันกรอบงบประมาณปี2561 โดยเบื้องต้นได้วางกรอบงบประมาณเป็นงบประมาณขาดดุล และจะมีการออกงบกลางปี 2561 เพิ่มเติมตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการให้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปีงบประมาณ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่ากรอบงบประมาณในงบปี 2561 จะไม่เกินวงเงินของงบประมาณปี 2560 ที่รวมกับงบกลางปีวงเงิน 1.62 แสนล้านบาทที่มาจากการออกพันธบัตร ดังนั้นเมื่อรวมวงเงินขาดดุลงบประมาณและงบกลางปี 2561 จะขาดดุลงบประมาณไม่เกิน 5.52 แสนล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในเพดานการขาดดุลงบประมาณที่สามารถตั้งงบประมาณขาดดุลได้สูงสุดประมาณ 6.1 แสนล้านบาท

“การกู้ขาดดุลงบฯทำได้สูงสุดตามเพดานประมาณ6.1แสนล้านบาท แต่เราจะไม่ได้ใช้การขาดดุลชนเพดาน จะทำเท่าที่จำเป็นและยึดแนวนโยบายของนายกฯที่การขาดดุลต้องไม่เป็นภาระทางการคลังในอนาคตมากเกินไป”นายสมศักดิ์กล่าว

คาดปี61เศรษฐกิจโต4-5%

นายสมศักดิ์ กล่าวว่าประมาณการเศรษฐกิจในปี2561 คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 4-5% โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันราคาน้ำมันที่มีทิศทางฟื้นตัวโดยระดับราคาน้ำมันในปัจจุบันใกล้เคียงกับในช่วงจัดทำงบประมาณปี 2558 ที่ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 26 บาท

“การตั้งงบประมาณขาดดุลและงบประมาณกลางปีในวงเงินที่แน่นอนต้องดูข้อมูลของหน่วยงานต่างๆประกอบกัน เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การจัดหารายได้ และความต้องการใช้งบประมาณของหน่วยงานต่างๆ”

แห่ของบทะลักกว่า 4 ล้านล้าน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่าขณะนี้มีคำของบประมาณในปี 2561 ในเบื้องต้น (pre-celling) จากหน่วยงานต่างๆเข้ามารวมกันกว่า 4.2 ล้านล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะกลั่นกรองจัดสรรงบประมาณให้แล้วเสร็จและเสนอกรอบวงเงินเบื้องต้นให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาในวันที่ 11 เม.ย.2560และเสนอร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายปี2561ให้ ครม.พิจารณาในวันที่2พ.ค.2560

จากนั้นเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)วาระที่1ในวันที่1มิ.ย.2560และ สนช.จะพิจารณาวาระที่2-3ในวันที่31ส.ค.2560 จากนั้นจะนำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2561 ขึ้นทูลเกล้าฯในวันที่ 7 ก.ย.2560 ตามปฏิทินงบประมาณต่อไป

ตั้งกรรมการดูแลงบประจำกระทรวง

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณปี 2561 ต้องการให้เกิดการบูรณาการงบประมาณทั้งจากภายในกระทรวง หน่วยงานและภายนอกหน่วยงาน โดยจะต้องเป็นการจัดทำงบประมาณที่สร้างประโยชน์ทั้งในส่วนที่เป็นหน้าที่จองหน่วยงาน (function) และพื้นที่ (Area based) ซึ่งงบประมาณที่เสนอเข้ามาแต่ละกระทรวง แต่ละหน่วยงานต้องอธิบาย ชี้แจงได้ว่าจะสร้างประโยชน์อย่างไรในส่วนงานที่รับผิดชอบและจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆอย่างไร

ทั้งนี้ภายในสัปดาห์หน้าจะออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ทุกกระทรวงแต่งตั้งผู้รับผิดชอบการบูรณาการงบประมาณในสำนักปลัดกระทรวง หรือในส่วนที่ขึ้นตรงกับหัวหน้าหน่วยงาน โดยจะต้องสามารถชี้แจงงบประมาณที่มีการเสนอขอมายังรัฐบาลได้

ขู่เปลี่ยนปลัดกระทรวงแจงงบไม่ผ่าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าจะเป็นผู้สอบถามด้วยตนเอง หากคณะกรรมการไม่สามารถชี้แจงได้ก็จะให้ปลัดกระทรวงมาชี้แจง หากปลัดกระทรวงยังชี้แจงในสิ่งที่ถามไม่ได้ก็จะเปลี่ยนปลัดกระทรวงทันทีเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการบูรณาการงบประมาณอย่างแท้จริง

“ทุกกระทรวงต้องตั้งผู้รับผิดชอบการจัดทำงบประมาณขึ้นมา ก็แล้วแต่รัฐมนตรี หรือปลัดกระทรวงนั้นๆ จะมอบหมายว่าจะตั้งใคร และจะเรียกคนเหล่านี้ มาชี้แจง และตอบคำถามให้ได้ว่า งบประมาณที่ใช้ แผนงานต่างๆ มีความเข้าใจว่าอย่างไร ทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วเกิดประโยชน์ตรงไหน แล้วระบบเป็นอย่างไรสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์หรือไม่ เมื่อทำแล้วเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่นๆ ได้หรือไม่ อย่างเช่น โครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเชื่อมกับพาณิชย์ หรือกระทรวงเกษตรฯเชื่อมเรื่องน้ำอย่างไร แปรรูปไปสู่อุตสาหกรรมได้อย่างไร ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเกิดอะไรบ้าง หากชี้แจงไม่ได้ จะเล่นงาน

ยันไม่ตัดงบสวัสดิการประชาชน

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่าในปีงบประมาณ 2561 การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิมเพราะงบประมาณอะไรที่มีการจัดสรรไปแล้วในการดูแลสวัสดิการของประชาชน เช่น มาตรการรถเมล์ รถไฟฟรี เบี้ยผู้สูงอายุไม่สามารถที่จะยกเลิกได้ ดังนั้นจะมุ่งเน้นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพตัดงบประมาณประจำในส่วนของการบริหารงานที่ไม่จำเป็นลง

นอกจากนี้จะยังมีการตั้งงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมเหมือนกับที่ตั้งขึ้นในปี 2560 เพื่อให้เกิดการดำเนินงานและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เริ่มต้นแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเดียวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ระหว่างปี 2560 – 2564 ซึ่งในช่วง 5 ปี แรกของแผนยุทธศาสตร์ชาติต้องการเห็นการพัฒนาต่างๆให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด

“หลายอย่างที่ทำความเชื่อมโยงยังไม่เกิดขึ้น อย่างปัญหาเรื่องรถไฟฟ้าใต้ดินมีปัญหาอยู่ ก็ยังเชื่อมไม่ได้แค่ 1 กิโลเมตร ยังไงผมก็ต้องแก้ให้ได้ในรัฐบาลนี้ บอกไปแล้วว่าข้อกฎหมายติดขัดอะไรก็บอกมาเดี๋ยวผมจะดูให้ ส่วนรถไฟฟ้าสายอื่นๆก็ต้องให้เชื่อมโยงกัน เดี๋ยวจะให้ไปเขียนเส้นทางให้หมดให้ครบหลูบ เขียนไว้ในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีนั่นแหละว่าเส้นทางจะต้องผ่านมาตรงนี้ให้เชื่อมกัน แต่จะทำตามหรือไม่เป็นเรื่องของสภา เป็นเรื่องของอนาคต” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว