วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมินปลดล็อกการเมือง ขู่ถ้าไม่เลิกเอาแต่ได้-จะล็อกเพิ่ม

นายกฯเมินคำขอปลดล็อกการเมือง ขู่ถ้าไม่เลิกเอาแต่ได้ ล็อกเพิ่มอีกชั้นแน่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 เพิ่มเติม ระบุบางช่วงบางตอนว่า ถ้าเราวางกรอบไม่ได้ เราก็วางแผนงานไม่ได้ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนตามที่คาดหมายไว้ วันนี้โลกเจริญขึ้น หลักการในหลวงมีอยู่แล้ว แก้ปัญหาจากจุดเล็ก มองปัญหาภาพรวมอยู่เสมอ มองผลสัมฤทธิ์ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เห็นว่าเราจะเดินหน้าไปอย่างไร เร่ิมจากจุดเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามตรงนี้ แต่ต้องมองบนพื้นฐานประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประชาชนมีความสุข พึ่งพอใจ นี้คือหลักการสำคัญ ซึ่งมันไม่ง่าย เพราะความสุขของทุกคนไม่เท่ากัน มีความต้องการไม่เหมือนกัน อันนี้แหละเขาเรียกว่ามนุษย์มองทุกสิ่งให้เป็นพลวัตร ให้เชื่อมโยงและปรับเปลี่ยนตลอดเวลา การจะทำอะไรต้งมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหาทางแก้ไขปัญหาไว้ล่วงหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นายของตนรมว.มหาดไทย เคยสอนมาว่า จะทำอะไรให้ถึงจุดหมายให้มองที่หมายและระหว่างทางด้วย เพราะถ้ามองที่หมายที่เดียว ปัญหาระหว่างทางจะเละไปหมด ไปตีที่หมายสุดท้ายไม่ได้ เพราะถูกข้าศึกสุ่มโจมตีตลอดทาง ทำให้ตายหมดทั้งขบวน ถ้าเราทำระบบใหญ่ไม่ได้ ก็ทำระบบเล็กก่อน เพื่อทำให้เห็น ทำให้คนอยู่รอบๆเห็นดีด้วย ถ้าไปบอกทำแบบใหญ่ๆ จะคิดได้ว่า จะมีการโกงกันอีก เพราะความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน เราต้องทำตามลำดับขั้น บนพื้นฐานพอมีพอกิน วันนี้เวลาเราเสียไปมากแล้ว เราต้องทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน ให้เกิดสมดุลระหว่างประชาชนกับรัฐ ไม่อย่างนั้นล้มเหลวในที่สุด ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักทำให้ประชาชนมีความสุขทุกมติ สอดคล้องกฎหมายที่มีขึ้นมาใหม่ ใช้งบฯอย่างมีลำดับ เพียงพอและพอประมาณ เลือกทำส่ิงที่จำเป็นก่อน

นายกฯกล่าวว่า อย่าคิดแบบเดิมๆ ทำงานไปวันๆ ใช้จ่ายงบฯหมดไปวันๆ เซ็นหนังสือจบไปวันๆ ผมคิดตลอด คิดๆแล้วก็ทำ กลางวันไม่พอ กลางคนยังเก็บไปฝันเป็นงาน เช้ามาก็ได้รู้ว่ายังไม่เสร็จ ยังไม่ได้ทำ ลองทำแบบผมทำ ตัดทุกอย่างทั้งหมดบางครั้งยังลืมว่าใครอยู่บ้านกับผมบ้าง ตื่นก็ขึ้นรถไปทำงาน พอกลับบ้านก็ไปถามไปโน้นมาไม่ใช่เหรอ เขาบอกกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนไปงานด้วยกันมา สมองผมเสียแล้ว แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ท่านคงไม่เป็นเหมือนผม

“ อยากให้ทุกคนคิดแบบผมคิดถึงจะไปได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เราไมได้คิดเอง เพราะมีความเห็น มีคณะกรรมการ มีการฟังความคิดเห็นทั้งสภาปฏิรูป นักวิชาการ ข้าราชการและนักการเมืองที่เขามาร่วมมือ มีไม่ร่วมมือก็คงรู้ อะไรกูก็ไม่ฟังทั้งสิ้น จะฟังแต่ความเห็น จะฟังแต่รัฐธรมนูญ แต่ก็ไม่มาร่วม พอถึงเวลาก็วุ่นวาย ขอปลดล็อก มันยังไม่ปลดล็อกตัวเอง แล้วจะไปปลดใครได้ ผมก็ไม่ปลดล็อกให้หรอก วันนี้ต้องร่วมมือกันก่อน จะทำให้ปลดล็อกทุกคนได้หมด ถ้าไม่ร่วมมือ ไม่ฟัง ไม่แสดงความคิดเห็น เอาแต่ได้ ผมก็ไม่ปลดล็อก แต่จะใส่ล็อกเพิ่มขึ้นอีกชั้นด้วย”นายกฯกล่าว

นายกฯ กล่าวว่า สองปีที่ผ่านมาแก้ปัญหาหมดทุกอันแล้ว เพียงแต่ว่าปีนี้ และงบฯปี 61 จะต้องทำให้เป็นระบบให้ได้ และต้องถึงปลายทาง ให้ทุกกระทรวงไปรื้อดูว่าส่ิงที่ทำไปแล้ว ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้ ก็กลับไปใช้ประโยชน์ให้ได้ โดยใช้งบฯปี 60 เสริมเข้าไป ถ้าเป็นไปได้ควรใช้งบฯปี61 เสริมเข้าไป เพื่อให้เกิดระบบ ทั้งนี้ ปี 60-64 อยู่ยุทธศาสตร์แรก 5 ปี ทำให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด ใส่แผนแม่บทลงไป เอาวาระปฏิรูปใส่ลงไป ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยความเห็นประชาชน สภา และระบบบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้ถ้าไม่ทำแผนต่างๆให้สอดคล้องกับสิ่งที่ตนพูดในวันนี้ ท่านจะไม่ได้รับงบฯ ตนได้สั่งการสำนักงบประมาณไปแล้ว และวันนนี้ขอสั่งการอีกครั้ง ให้ทุกกระทรวงแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ ในการบูรณการเรื่องของการปฏิบัติให้ชัดเจน ในสำนักงานปลัดกระทรวง แล้วตนจะเรียกคนเหล่านี้มาชี้แจงว่า งบฯที่ใช้ แผนงาน โครงการ เข้าใจว่าอย่างไร ต้องชี้แจงให้ได้ ซึ่งรัฐมนตรีชี้แจงกับตนได้อยู่แล้ว แต่ตนจะเล่นงานคนที่รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงมอบหมายทำตรงนี้ แต่ปลัดกระทรวงก็ไม่ได้รอดตัว ถ้าคนที่มอบหมายมาชี้แจงไม่รู้เรื่อง ปลัดกระทรวงก็โดนด้วย ตนไม่ได้ไล่บี้ใคร แต่ต้องการให้ตอบคำถามตนให้ได้จะเกิดประโยชน์อย่างไร