"นายกฯ" ขอปชช.เชื่อมั่นในกฎหมาย ให้เวลาทำงานเพื่อพัฒนาประเทศ ทำ "ไทย" หลุดพ้นจากหล่ม ยืนยัน "รบ.-คสช."จะทำทุกอย่างให้เข้าที่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า การแก้ไขระบบบริหารราชการ การทำความเข้าใจกับประชาชน และการบังคับใช้กฎหมาย ทั้ง 3 เรื่อง มีความสัมพันธ์กันแยกออกไม่ได้ หากทุกคนเชื่อมั่นในกฎหมาย ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ให้เวลาในการทำงาน เพื่อให้มีการพัฒนาประเทศ เราก็จะหลุดพ้น จากหล่ม หรือ กับดักต่างๆ ออกไปได้ทั้งนี้ ในระหว่างที่การแก้ปัญหาต่างๆ แบบเบ็ดเสร็จ ยังไม่เกิดขึ้น หรือเริ่มต้นหรืออาจจะยังไม่ส่งผล “ทั้งระบบ” ปัญหาจะยังคงมีอยู่ แต่ก็จะค่อยๆ “ดีวัน ดีคืน” ขอความร่วมมือ และขอให้อดทน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาการเมือง นักการเมืองที่ดีนั้น ตนชื่นชมมีมากกว่าที่ไม่ดีอย่างแน่นอน ที่ “ไม่ดี” ก็อาจจะด้วยที่เจตนา และไม่เจตนา ทั้งนี้สำหรับผู้ที่เข้ามาบริหารบ้านเมืองในอนาคต ก็ต้องปรับปรุงตัวเองด้วยเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้มีความโปร่งใส ปราศจากข้อสงสัย ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อน จะต้องเป็นนักการเมือง “มือสะอาด ใจบริสุทธิ์”มีความต้องการเข้ามารับผิดชอบ ในการแก้ปัญหาบ้านเมือง มากกว่าความปรารถนาเข้ามาบริหารงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศ อย่างเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม ไม่ครบทุกเป้าหมายแต่กลับโยนภาระต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งเป็นความรับผิดชอบ “ทั้งหมด” ของรัฐบาลในการบริหารประเทศให้กับข้าราชการประจำ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โดยอาจจะอ้างว่าเป็น “งานฟังค์ชั่น” งานที่ทุกคนมีหน้าที่อยู่แล้วมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ถึงแม้ว่าจะมีความสำคัญมากอย่างไรก็ตาม ก็ไม่น้อยไปกว่า “งานด้านนโยบาย” ที่รัฐบาล ฝ่ายบริหารต้องติดตาม กำกับดูแลลักษณะธรรมภิบาลการทำงานของหน่วยงาน ข้าราชการ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในขั้นตอน “การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ” เราต้องควบคุมอย่างทั่วถึง รวมถึง “การลงโทษ” ข้าราชการที่ทุจริต และ “การให้ความดี ความชอบ” ข้าราชการที่น้ำดี ไม่ใช่เป็นการบริหาร ที่แบบ “อยู่ห่างๆ” ปล่อยให้เป็นเสรีการปฏิบัติของหน่วยงานจน “เกินไป” แล้วก็ผลักให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการ ทำตามแผนงาน
“หากเราไม่กำกับดูแล ไม่ช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคในระดับนโยบาย หรือเพียงจะมา “ชี้นำ” ในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะฉะนั้น “ทุกรัฐบาล” จำเป็นต้องรับผิดชอบ ทั้งในงานฟังค์ชั่น และงานนโยบายรัฐบาล เพราะว่าเป็นการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐนะครับทั้ง2งาน รัฐบาลนี้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ทำอย่างนั้น หากปล่อยปละละเลย ให้ข้าราชการทำงานไป เหมือนระดับนโยบายกับระดับปฏิบัติ “แยกขาด” จากกัน โอกาสผิดพลาดก็จะเกิดขึ้นนะครับ ไม่เป็นไปตามนโยบายไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ สุดท้ายแล้วเราก็ต้องให้ข้าราชการรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งฝ่ายบริหาร ในเรื่องของการกำกับดูแลที่บกพร่อง และก็ถือว่ามี “ความผิด” เช่นกัน มากบ้างน้อยบ้าง ก็ว่ากันไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า 2 ปีกว่าที่ผ่านมา รัฐบาลและ คสช. พยายามทำให้ทุกอย่างเข้าที่ เข้าทาง ในแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยรัฐบาล ข้าราชการ ควรจะอยู่ในจุดใด บทบาทหน้าที่เป็นอย่างไร จะดูแลประชาชน พัฒนาประเทศ รักษาสมดุลระบบนิเวศน์อย่างไรนั้น ทั้งหมดก็คือ “วงจรในการใช้อำนาจ” บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข เดินหน้าไปได้ มีการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในทุกกิจกรรม และมีการรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยปละละเลยจุดใดจุดหนึ่ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เพราะรัฐบาลเป็นผู้ใช้ “พระราชอำนาจ” ของพระมหากษัตริย์ ในการบริหารประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ ทำงาน ต่างพระเนตร พระกรรณ ด้วยการบริหารงานราชการ บริหารงบประมาณแผ่นดิน ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จากอดีต จนถึงปัจจุบัน และในอนาคต ทุกรัฐบาลจำเป็นต้องรักษาพระราชอำนาจ ให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ และทำเพื่อประชาชน เช่นที่พระมหากษัตริย์ ทุกพระองค์ ทรงทำเสมอมา





