วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยันรัฐบาลบริหารประเทศด้วย 'ศาสตร์พระราชา'

"ประยุทธ์" ยันรัฐบาลบริหารประเทศด้วย "ศาสตร์พระราชา" ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางให้มีความสุข-พึงพอใจ สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืนของ "ร.9"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า ปัญหาต่างๆ ในประเทศ ล้วนเกิดจาก“คน”เป็นส่วนใหญ่ฉะนั้นหาก“คนไทย”ไม่ได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐาน สุดท้ายก็จะสร้างปัญหาสังคม อีกทั้งหากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ให้เป็นระดับสากลก็จะนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะประชากรของประเทศจะทำมากินไม่ได้ พึ่งตนเองไม่ได้ ไม่ยั่งยืน ปัญหาทั้ง 2 มิตินั้น จะผสมผสานกัน ทำให้เกิดแรงต้านเชิง“ลบ”กลายเป็นปัญหาการเมือง จนในที่สุดกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสิ่งแวดล้อม อีกด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ศาสตร์พระราชา”แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญด้าน“การพัฒนาคน”ด้วยการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยทรงพัฒนาด้านการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนมาโดยตลอด เพื่อให้การศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง แม้แต่ผู้ที่ด้อยโอกาส และสถานที่ห่างไกล ทั้งที่เป็นชาวไทยภูเขาหรือประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นชายแดนห่างไกลการคมนาคม โดยการพระราชทานพระราชทรัพย์ ร่วมสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสอนหนังสือให้แก่พี่น้องประชานเหล่านั้น โดยพระราชทานนามว่า“โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์”ทรงสร้าง“โรงเรียนร่มเกล้า”ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และในพื้นที่ปฏิบัติการของผู้มีอุดมการณ์ทางการเมือง ทรงตั้ง“โรงเรียนราชประชาสมาสัย”สำหรับบุตรธิดาของผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อน ได้มีโอกาสได้เรียนและไม่ถูกรังเกียจ และอีกหลายๆ โรงเรียนที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท โดยทรงน้อมนำ“ศาสตร์พระราชา”แห่งองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงทราบดีว่าเยาวชนในถิ่นทุรกันดารยังด้อยโอกาสในการศึกษา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโรงเรียนมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร 6 แห่งซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก่อตั้งขึ้น ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้แก่“โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา”ในจังหวัดนครพนม กำแพงเพชร และสุราษฎร์ธานี และ“โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี”ในจังหวัดอุดรธานี สงขลา และฉะเชิงเทรา และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ ด้วยพระองค์เอง อีกทั้งยัง พระราชทานวัสดุอุปกรณ์การศึกษาอันทันสมัยเช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วีดิทัศน์

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทรงพระราชทานคำแนะนำ และทรงส่งเสริมให้โรงเรียนดังกล่าว ดำเนินโครงการอันเป็นประโยชน์แก่นักเรียน เช่น โครงการอาชีพอิสระ เพื่อให้เยาวชนใช้ความรู้ประกอบอาชีพเลี้ยงตนและครอบครัวได้เมื่อจบการศึกษา ทั้งนี้ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียน และทรงติดตามผลการศึกษา รวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้พระราชธิดาทั้งสองพระองค์ ได้ทรงร่วมกิจกรรมของโรงเรียนต่างๆ อยู่เสมอในส่วนของรัฐบาลนี้ นอกจากน้อมนำ“ศาสตร์พระราชา”อันนับว่าเป็นแนวทางพระราชทาน มาสู่การปฏิบัติแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา ไปสู่ยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนมี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ความคิดวิเคราะห์ ความคิดริเริ่ม มีจินตนาการมีการสนใจข้อมูลข่าวสารรอบตัว ที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ และการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ และการประกอบกิจการใดๆความสนใจใฝ่รู้ และศึกษาแนวโน้ม คาดการณ์อนาคต บนพื้นฐานของฐานข้อมูลและสถิติ และการศึกษา เพื่อการประกอบอาชีพ“ทุกคนมีงานทำ”แบบนี้เป็นต้น ซึ่งได้มีการดำเนินการที่สำคัญ ได้แก่นโยบาย“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”เพื่อให้ผู้เรียนมีทั้งความรู้ทางวิชาการความรู้ทางปฏิบัติการ และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง ด้วยการบริหารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาใหม่ สามารถลดเวลา“นั่งเรียน”ในห้อง แล้วเพิ่มเวลา“การปฏิบัติ”นอกห้องเรียน ได้ราว1,000 ถึง 1,200 ชั่วโมงต่อปี โดยให้เพิ่มสาระในการเรียนรู้ดังกล่าว ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ได้มากที่สุด และนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง

สำหรับการบริหารจัดการเวลาเรียนภาษาอังกฤษนั้น สามารถ“ขยายเวลา”เรียนภาษาอังกฤษ ในชั้นประถมศึกษา จากเดิม 40 ชั่วโมงต่อปี เป็น 200 ชั่วโมงต่อปีนะครับ รวมทั้ง การจัดทำแอพพลิเคชั่นภาษาอังกฤษ“Echo English”เพื่อสร้างมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษของผู้เรียนโดยอิงมาตรฐานสากล (CEFR )มาปรับให้เข้ากับบริบทของไทยนอกจากนั้นมีการส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษา (UniNet)สำหรับสถานศึกษาใช้บริการ มากกว่า 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ และโครงการส่งเสริมการศึกษานอกระบบผ่านทีวีสาธารณะ ในการติวเข้มเต็มความรู้ โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อการศึกษาETVของกระทรวงศึกษาธิการ และNBTของกรมประชาสัมพันธ์เป็นต้น มีกลุ่มเป้า หมายและผู้ใช้บริการปัจจุบันมากกว่า 2.4 ล้านคน

ทั้งนี้การพัฒนา กศน.ตำบล ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต“ในชุมชน”และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ สตรี และเด็ก ภายใต้การ“เชื่อมโยง”ศูนย์เรียนรู้ ทั้ง 4 ประเภทได้แก่ศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตยประจำตำบล ศูนย์ดิจิทัลชุมชนและศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชนได้มีการน้อมนำ“ศาสตร์พระราชา”ด้านการศึกษามาประยุกต์ใช้ โดยเน้นการ“แทรกซึม”ไปสู่หน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม ก็คือ“ครอบครัว”และหมู่บ้านแล้ว หน่วยงาน และบุคลากรทางการศึกษา และรัฐบาล จะต้องสร้างความมั่นใจว่าในอนาคตประเทศไทยจะมี“ทรัพยากรมนุษย์”ที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศสืบไป

“โดยภาพรวมแล้ว แนวทางการบริหารประเทศ ด้วย“ศาสตร์พระราชา”ของรัฐบาลนี้ มีการดำเนินการในเรื่องต่างๆ อันประกอบด้วยตั้งเป้าหมายการพัฒนา ที่ยึดถือ“ประชาชนเป็นศูนย์กลาง”คือ ทำให้ประชาชนมีความสุข มีความพึงพอใจ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือSDG2030 ของUNสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยรักษาสมดุล ทั้งมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการแก้ปัญหา ตามแนวทางสันติวิธี และยึดแนวทางการพัฒนา“สีเขียว”ส่งเสริมการปฏิรูป ที่กว้างขวางและลึกซึ้งในทุกมิติ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจัดทำแผนงาน–โครงการ ที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ ได้กำหนดเป็นกิจกรรมหลัก รอง เสริม ในทุกประเด็นของการปฏิรูป ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ สามารถประเมินผลการดำเนินงานได้ล่วงหน้าและตามห้วงระยะเวลาเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้ประเทศชาติและประชาชน โดยให้มีการพัฒนาประชาธิปไตย ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย และมีอัตลักษณ์ไทยวางรากฐานของประเทศที่มีประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม อนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และเอกลักษณ์ความเป็นไทย อันงดงามสร้างความรัก ความสามัคคี และความปรองดอง โดยรักษาความเป็นธรรม ความถูกต้อง และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และเสมอภาคสร้างความหวังและศรัทธา บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ แล้วทำให้เกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้เพื่อสร้างอนาคตร่วมกันในสิ่งที่ดีกว่า สร้างประเทศที่มี“ความเท่าเทียม”ทางสังคม และ“ไม่เหลื่อมล้ำ”ทางเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมการพัฒนาและปฏิรูปสังคมและเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับฐานราก ให้เข้มแข็ง มั่นคง และปลอดภัยสร้างประเทศไทยให้เป็น“นิติรัฐ”เสริมด้วยการปฏิบัติงานที่คำนึงถึง ทั้งรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ยกระดับคุณภาพชีวิตของทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยยกระดับประเทศไทยในเวทีโลก อย่างมียุทธศาสตร์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องเอาจริงเอาจังกับการป้องกัน ปราบปราม และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน โดยสร้างกลไกการทำงาน กลไกการตรวจ สอบที่มีการบูรณาการ และสามารถป้องกันปัญหา ได้อย่างยั่งยืนเสริมสร้างศักยภาพระบบราชการไทย,ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง กองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ทันสมัย สร้างความเชื่อมั่น และเป็นที่พึ่งของประชาชน ได้ตลอดเวลารักษาความสัมพันธ์อันดีกับ“ทุกกลุ่ม ทุกภูมิภาค”ในประชาคมโลก ด้วยการพัฒนาสัมพันธ์ด้วยความร่วมมือ ที่สร้างสรรค์ ทั้งในระดับทวิภาคี และ พหุภาคี เพื่อให้เกิดความสมดุลและเสถียร ภาพของโลกโดยให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านCLMVและอาเซียน ในการพัฒนาร่วมกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องเดินหน้าไปพร้อมๆ กันตามศักยภาพที่ประเทศมีอยู่กระชับความสัมพันธ์ ในลักษณะเป็น“ห่วงโซ่”เดียวกัน ด้วยการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันและ ขยายความร่วมมือกับประเทศที่กำลังพัฒนา และเชื่อมโยงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ในลักษณะเป็น“หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์”อย่างเป็นรูปธรรม