วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นายกฯ' สั่งเร่งช่วยเหลือน้ำท่วมหนัก8จังหวัดใต้

"นายกฯ" สั่งระดมทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ พร้อมหามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ชี้ 8 จังหวัดยังท่วมหนัก

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ยังมีหลายจังหวัดที่น่าเป็นห่วง ล่าสุดวานนี้(4 ธ.ค.) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง
ชาติ(คสช.) ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เขตของกระทรวงมหาดไทย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 และจังหวัดที่ประสบภัย บูรณาการร่วมกันเพื่อป้องกันและ
แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ระดมทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือ

โดยขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ระดมสรรพกำลังลงไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายบรรเทาสาธารณภัย ผู้นำ
ท้องถิ่น และทหารตำรวจ เพื่อให้ผู้ประสบภัยเกิดความอุ่นใจและดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติมากที่สุด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ
ความเสียหายเพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง

ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยยังได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติทั้งการสำรวจพื้นที่ประสบภัย วิธีช่วยเหลือที่เหมาะสมเพื่อ
ป้องกันดินโคลนถล่มบนพื้นที่ราบเชิงเขา หรือจัดเตรียมเรือและระบายน้ำออกจากพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ มีผู้บัญชาการเหตุการณ์
และผู้รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ดีขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติ
ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ ส่วนผู้
ที่ประสบภัยให้ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดและสาขาในพื้นที่ หรือโทร.สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม.

ปลัดมท.สั่งทุกพื้นที่เร่งช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการการให้ความช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดต่างๆ หลังจากที่นายกฤษฎา บุญราช ปลัด
กระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้อง
ถิ่น(อปท.) ในการเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อย่างมีประสิทธิภาพใน 5 ประการนั้น อาทิ การกำหนดพื้นที่ปฏิบัติ
การให้ชัดเจนโดยแบ่งเป็น“พื้นที่ประสบภัย” หรือ “คาดว่าจะประสบภัย” เพื่อกำหนดวิธีการช่วยเหลือหรือบรรเทาภัยให้เหมาะสม
นั้น

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)กล่าวถึงภาพรวมถึงสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ว่าตั้งแต่
วันที่1ธ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยวาตภัยและน้ำป่าไหลหลากแล้ว10จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร
สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส รวม68อำเภอ 386ตำบล2,446หมู่
บ้าน157,580ครัวเรือน 366,886คน มียอดผู้เสียชีวิต11รายได้แก่จ.สุราษฎร์ฯ2ราย นครศรีธรรมราช 3ราย สงขลา2ราย
พัทลุง2ราย และปัตตานี2ราย มีผู้สูญหาย2รายและบาดเจ็บ2รายในจ.สุราษฎร์ฯ

“ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่อยู่8จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ฯ นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานีและ
นราธิวาส รวม 64 อำเภอ 381ตำบลและ2,432หมู่บ้าน ที่ส่วนใหญ่เกิดฝนตกในพื้นที่จนทำให้เกิดน้ำท่วมขังและมีน้ำป่าไหล
หลากบางส่วนด้วย”อธิบดีปภ.กล่าว

ที่จ.สุราษฎร์ธานี นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์ฝนตกหนักช่วง2-3วันที่ผ่านมา
ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากใน14 อำเภอ 69ตำบล 421หมู่บ้าน โดยราษฎรได้รับความเดือดร้อน
จำนวน18,117ครัวเรือน44,675คน โดยขณะนี้มีผู้เสียชีวิต2ราย สูญหาย 2 ราย บ้านพักอาศัยเสียหายบางส่วน1,488 หลัง

อย่างไรก็ดีทางจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณ
ภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลากลางจังหวัดฯ โดยได้ประชุมติดตามและสั่งการให้ความช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์ภัยจะยุติ
ขณะเดียวกันยังได้กำชับให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุม การเดินเรืออย่างใกล้
ชิด เรือสปีดโบ๊ท เรือประมง เรือโดยสาร และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

พายุถล่มกุฏิวัดพระธาตุไชยาเสียหาย

ทั้งนี้สถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆอาทิ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานีนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีลมกระโชกแรงส่งผลให้พัดกระหน่ำทำ
ให้กุฏิพระสงฆ์วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ได้รับความเสียหายจำนวน 8 หลัง ศาลาในวัดพังเสียหาย 1 หลัง โดยล่าสุดผู้
ว่าราชการจังหวัดได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ชาวบ้านผู้ประสบ
ภัยอีกจำนวนหนึ่ง

นครศรีธรรมราชจมน้ำดับ 5 ราย

ที่จ.นครศรีธรรมราช ฝนยังคงอย่างต่อเนื่องผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่กำลังเพิ่มระดับสูงขึ้น.โดยเฉพาะแถบเทือกเขาหลวงส่ง
ผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมอย่างหนักหลายชุมชนต้องใช้เรือออกมาซื้ออาหาร โดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการ
จังหวัดนครศรีธรรมราช ยืนยันว่าขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ18อำเภอ161ตำบล1,245หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผล
กระทบ234,158คน97,944คน มีผู้เสียชีวิตขณะนี้แล้ว 5 คน นอกจากนี้ยังได้อพยพประชาชนไปพักที่โรงเรียน โดยเฉพาะ
บริเวณถนนพัฒนาการคูขวาซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

เส้นทางรถไฟตัดขาด4ขบวน

ขณะที่ขบวนรถไฟจำนวน 4 ขบวน ซึ่งประกอบด้วยขบวนรถกรุงเทพ-ตรัง จำนวน 2 ขบวน และขบวนกรุงเทพนครศรีธรรมราช
ทั้งรถด่วนและรถเร็ว รวม 4 ขบวน ต้องรับส่งผู้โดยสารเพียงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง ในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรี
ธรรมราชเนื่องจากไม่สามารถเดินรถไปยังปลายทางตามกำหนดได้

นายชัยยะ คชรัตน์ สารวัตรงานเดินรถแขวงทุ่งสง นครศรีธรรมราช ระบุว่าเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสภาพรางตลอดเวลา และจะต้อง
ประเมินเป็นรายวันในความปลอดภัยการเดินรถขณะนี้รถทั้ง 4ขบวนสามารถให้บริการได้แค่ชุมทางทุ่งสงเท่านั้น ซึ่งจะมีรถบัส
คอยให้บริการต่อไปจนถึงปลายทางโดยการรับชอบของการรถไฟ

7อำเภอจ.ตรังยังจมบาดาล

ที่จ.ตรัง สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงโดยปริมาณน้ำเหนือจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชและปริมาณน้ำจากเทือกเขาบรรทัดที่
ไหลหลากลงสู่พื้นที่ด้านล่างตลอดแนวความยาวทำให้7 อำเภอของจังหวัดตรัง จมบาดาล เช่น อ.รัษฎา , อ.ห้วยยอด .อ.วังวิ
เศษ,อ.นาโยง,อ.ย่านตาขาว ,อ.เมือง และ อ.ปะเหลียน หลายพื้นที่ยังคงมีระดับน้ำที่ท่วมสูง

โดยเฉพาะที่ถ้ำเลเขากอบ ต.เขากอบ อ.ห้วยยอดซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจ.ตรัง ปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลหลาก
เข้าปิดปากทางถ้ำ ทำให้ทางอบต.ต้องประกาศปิดการท่องเที่ยวโดยไม่มีกำหนดซึ่งปริมาณจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา

วันเดียวกันทหารจากค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ และ อบต.ลำภูรานำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย
ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด ซึ่งระดับน้ำสูงเกือบ2 เมตร ทั้งนี้ ทางจังหวัดตรังได้ประกาศให้เขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
กรณีฉุกเฉินภัยน้ำท่วมแล้วทั้งหมด 4 อำเภอ ส่วนอำเภอที่เหลือกำลังรอรายงานจากทางอำเภอ เพื่อทยอยประกาศเป็นเขต
ประสบภัยพิบัติ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป

สงขลาพายุถล่มถนนตัดขาด

ที่จ.สงขลา บริเวณถนนเลียบชายทะเล สข.2004 สงขลา – นาทับ ได้ถูกคลื่นลมแรงพัดถล่ม จนถนนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้
กรมทางหลวงชนบทได้นำป้ายแจ้งเตือนมาตั้งปิดบริเวณไหล่ทางด้านซ้าย เพื่อไม่ให้รถวิ่งผ่านบริเวณนี้ และเพื่อป้องกันการยุบ
ตัวของถนน ทำให้รถที่ใช้เส้นทางนี้ต้องวิ่งเลนทางขวาเพียงเลนเดียว

โดยเฉพาะที่อ.สะบ้าย้อย ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบปีนี้ โดยล่าสุดได้มีการอพยพชาวบ้านในพื้นที่หมู่1บ้านแลแบง ต
.สะบ้าย้อย เพิ่มอีก 37 ครัวเรือน