วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มเอ็นจีโอประท้วงทูตเมียนมา หยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

พรึ่บนับร้อยคนหน้าสถานทูตเมียนมาร์! กลุ่มเอ็นจีโอประท้วงรัฐบาลเมียนมาร์ เรียกร้องหยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ "โรฮิงญา"

ที่บริเวณด้านหน้าสถานทูตเมียนมาร์ - เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย ได้นำแผงเหล็กมากั้นบริเวณริมฟุตบาต ภายในถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ตรงข้ามกับสถานทูตเมียนมาร์ ตั้งแต่ปากซอยประมาณ 100 เมตร เพื่อจัดพื้นที่ให้กับกลุ่มนักเคลื่อนไหว ที่ต้องการมายื่นหนังสือให้กับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าหยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา ในประเทศพม่า

ต่อมาเวลา 14.00น. นายสาโรจน์ เกิดอยู่ กรรมการสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี,นายอิสมาแอน หมัดอะด้ำ ประธานกรรมาธิการสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรีภายในประเทศ พร้อมด้วยชาวมุสลิมและชาวโรฮิงญาในประเทศไทยเฉพาะผู้ชายกว่า 200คน รวมกันยืนรอ เพื่ออ่านแถลงการและมอบหนังสือเรียกร้องให้กับสถาทูตเมียนมาร์

นายสาโรจน์ กล่าว่า การรวมตัวในครั้งนี้ สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ต้องการเรียกร้องให้ประเทศพม่าเลิกการใช้ความรุนแรงและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา เนื่องจากกรณีที่มีความรุนแรงในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่9ตุลาคม ส่งผลกระทบอย่างมาต่อชาวโรฮิงญา ตามการเปิดเผยของฮิวแมนไรท์วอชพบว่าหมู่บ้านของชาวโรฮิงญา5แห่งที่ปลูกสร้างถูกทำลายมากกว่า 820จุด ในช่วงวันที่10,17,และ18 พฤศจิกายน นับตั้งแต่เกิดเหตุพบสิ่งปลูกสร้างถูกทำลายไม่น้อยกว่า 1250จุด

ทั้งนี้จากรายงานของสหประชาติพบว่าในเมื่องหม่องดอ รัฐยะไข่ มีอัตราการขาดแคลนอาหารในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า5ปีสูงถึงร้อยละ90ซึ่งเด็กเหล่านี้ควรได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นอกจากนี้องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน เปิดเผยว่า ชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนเดินทางหลบหนีความรุนแรงข้ามพรมแดนเข้ามาในค่ายขององค์กรที่อยู่ใกล้พรมแดนประเทศเมียนมาร์แต่กับพบว่าบางส่วนเหยียบกับระเบิดจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ส่วนชาวโรฮิงญาที่หนีอพยพทางเรือเพื่อข้ามแม่น้ำนาฟ ซึ่งกั้นระหว่างพรมแดนพม่าและบังกลาเทศ ได้ประสบอุบัติเหตุล่มจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย แม้บางรายจะหลบหนีขึ้นฝั่งได้ก็ถูกทหารบังกลาเทศผลักดันกลับประทศเมียนมาร์เช่นเดิม

อยากให้ประเทศเมียนมาร์ เคารพอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ด ค.ศ.1989 ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ ที่นานาอารยประเทศต่างให้สัตยาบันและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จึงอยากเรียกร้องแก่ประเทศพม่า 3 ข้อดังนี้คือ 1.อยากให้รัฐบาลเมียนมาร์เปิดทางให้องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ นำความช่วยเหลือเข้าไปยังพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาขนทุกภาคส่วน 2.ให้รัฐบาลเมียนมาร์เปิดให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทำ โปร่งใส โดยมีนานาชาติและองค์การสหประชาชาติเข้าร่วมด้วย 3.เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาร์เลิกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทางด้านนายอิสมาแอน กล่าวว่า ชาวโรฮิงญาในประเทศพม่านั้นได้รับความลำบากอย่างมาก รัฐบาลเมียนมาร์ไม่ต้องลงไปช่วยเหลือก็ได้ ขอเพียงแค่เปิดทางให้องค์กรต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือเยียวยา นอกจากนี้ยังรู้สึกผิดหวังกับรัฐบาลใหม่ของประเทศเมียนมาร์ เพราะคิดว่าหลังจากที่รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแล จะทำให้สถานการณ์อาจจะดีขึ้น แต่ก็ไม่เป็นไปตามนั้น ทั้งนี้ ทางสภาได้เตรียมการให้มีการถอดถอนรางวัลโนเบล ที่ผู้นำคนใหม่ของเมียนมาร์เคยได้รับด้วย อย่างไรก็ตาม กิจกรรมนี้ได้รับความรวมมือทั้งประเทศในเอเชียและยุโรมมากว่า 20 ประเทศ โดยถือเอาเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในวันเดียวกันร่วมทำกิจกรรมพร้อมกัน ซึ่งหลังจากนี้ยังไม่ได้มีกิจกรรมกดดันอะไรต่อไป แต่จะขอดูผลตอบรับจากรัฐบาลของเมียนมาร์ ว่าจะมีความเห็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มีการทำกิจกรรม ก็มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา เนื่องจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ทำตามข้อเสนอที่ขอไว้กับทางเจ้าหน้าที่ มีการใช้โทรโข่งเล็กมาพูดคำแถลง มีการชูป้าย และส่งเสียงดัง รวมถึงต้องการไปยื่นหนังสือต่อหน้าป้ายสถานทูตเมียนมาร์ แต่เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีการกระทบกระทั่งแต่อย่างใด

ภาพจาก @Puijinta