วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สยบข่าวไทยหนุนไอเอส ย้ำมีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง

"พล.ต.ต.ปิยะพันธ์" สยบข่าวไทยหนุนไอเอส ชี้เป็นเพียงการติดตามเฟสบุ๊ค ยันไม่มีหลักฐานเชื่อม ย้ำไทยมีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย ให้ข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ผ่านทางเฟสบุ๊ก ซึ่งมีการเข้าของขบวนการก่อการร้ายไอเอส กว่า 1 แสนครั้งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามีจำนวนบางส่วนเกี่ยวข้องทั้งการสนับสนุนแนวคิด, การเดินทางไปซีเรีย และให้เงินสนับสนุน ว่า อยากเรียนเรื่องดังกล่าวว่าสื่อมวลชนเกิดความสับสน วันนี้ทีมงานโฆษกจึงไปหาข้อมูลนำมาชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม จริงๆแล้วการประชุมเมื่อวาน (23 พ.ย.) นี้เกิดขึ้นระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจออสเตรเลีย โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง เป็นประธาน การประชุมดังกล่าวประชุมเพื่อประสานความร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย ซึ่งมีขึ้นปีละ1ครั้ง และข้อมูลไอเอสก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในที่ประชุม จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบว่า User name ในเฟสบุ๊คที่มีการอ้างถึง ปกติเป็นเรื่องของการติดตามทั่วไป ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดชัดเจนว่าคนไทยเข้าไปติดตามในโซเชียลมีเดี่ยก็เข้าไปดูตามปกติ เมื่อมีการเข้าไปติดตามจำนวนมากจึงเป็นที่มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบว่าการเข้าไปติดตามอย่างนั้นมีเจตนาอะไร มีความเชื่อมโยงหรื่อไม่ ในลักษณะใด แต่ยืนยันว่าเบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานใดใด ที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส ซึ่งข้อมูล User name บางส่วนก็อาจจะเป็นของเก่า เนื่องจากมีการประชุมปีละครั้ง บาง User มีการยกเลิกไปแล้ว

ส่วนการติดตามบุคคลในเฟสบุ๊คตำรวจมีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจากการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของไอเอส ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอให้เชื่อมั่นในมาตราการของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ามีการคัดกรองบุคคลจากแสน User name ออกเป็น6กลุ่มนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด อยู่ระหว่างรอ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รายงานขึ้นมา ส่วนกรณีที่ระบุว่าคนไทยให้การสนับสนุนเงินทุนต่างๆกับไอเอสนั้นต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ป้องกัน ซึ่งที่ผ่านก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา ฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวเสริมว่า จำนวนตัวเลข 1 แสน User ที่ปรากฏออกมาค่อนข้างน่าตกใจเนื่องจากมีจำนวนมาก แต่อย่าลืมว่าหนึ่งUser สามารถเข้าไปติดตามได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ฉะนั้น User name จึงไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามในการตรวจสอบ ต้องไปดูพฤติกรรมของ User เหล่านั้น ว่ามีการเข้าถึงโซเชียล อย่างไร ในลักษณะใด และดูพฤติกรรมบางคนว่าเข้าไปเว็บไซต์กี่ครั้ง