"ดิเรก" อดีตผู้ว่าฯลำปางร้อง "สนช." ช่วยหลัง "กพค." พิจารณาอุทธรณ์อืด ซัด "ป.ป.ช." ตั้งผู้มีส่วนได้เสียเป็นนั่งอนุไต่สวน
นายดิเรก ก้อนกลีบ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ สีสันต์ อดีตนายอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายพีระศักด์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่สอง เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีการวินิจฉัยอุทธรณ์ล่าช้าเกินสมควร
โดยนายดิเรก กล่าวว่า ตนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริตกรณีละเว้นการจับกุมผู้บุกรุกก่อสร้างอ่างเก็บน้ำกิ่วข้าวหลาม อ่างเก็บน้ำแม่ทู อ่างเก็บน้ำแม่หล่วง และอ่างเก็บน้ำปงชัย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ซึ่งมีผู้ถูกป.ป.ช.ลงมติลงโทษวินัยร้ายแรง 14 คน ให้ลงโทษไล่ออก ปลดออก
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการไต่สวนของป.ป.ช. กรณีดังกล่าว อาทิการตั้งพนักงานไต่สวน ที่มีส่วนได้เสียในเรื่องในเรื่องดังกล่าวมาเป็นอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. ซึ่งขัดกับมาตรา 46 ของพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 หรือไม่ ที่ระบุว่าการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.ต้องไม่ตั้งผู้ที่มีส่วนได้เสียมาเป็นอนุกรรมการ
นายดิเรก กล่าวต่อว่า เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมในฐานะราชการ จึงไปร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (กพค.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค.57 เพื่อขอความเป็นธรรมแต่ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้วแต่ กพค. ยังวินิจฉัยไม่แล้วเสร็จ โดยอ้างว่านำเรื่องของตนไปรวมกับกรณีของข้าราชการป่าไม้ที่ถูกชี้มูลความผิดในกรณีเดียวกัน ทำให้คดีมีความล่าช้า
ด้านนายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปเรียนต่อประธานสนช.เพื่อให้พิจารณาว่าจะสามารถใช้ช่องทางไหน เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงไปถึงศาลโดยเร็วกว่านี้





