"นพ.วรงค์" ยังติดใจ อัด "ยิ่งลักษณ์" ไม่เลิก ย้ำขายข้าวจากโรงสีขนาดใหญ่ ชาวนาไม่ได้ผลประโยชน์โดยตรง
นพ.วรงค์ เดชกิจสิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊กส่วนตัว “Warong Dechgitvigrom” ว่า “ผมได้เห็นภาพในสังคมออนไลน์ ได้พูดถึงกลุ่มชาวนาปลูกข้าวขายเอง ที่สีข้าวสารหอมมะลิ และนำขายที่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ ในราคากิโลละ 32 บาท โดยพวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งประเด็นที่ต้องการให้ดูกันก็คือ ข้าวสารของโรงสีชุมชนที่ชาวนาเขาสีข้าวกัน เวลาเขาใช้บรรจุภัณฑ์ ก็จะเป็นถุงปุ๋ยหรือกระสอบป่านเก่าที่ใช้แล้วมัดด้วยเชือก
แต่ดูข้าวสารหอมมะลิที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อ้างว่าซื้อจากชาวนา หรือให้โรงสีชุมชนของชาวนาสี ดูการบรรจุก็จะเห็นความแตกต่าง ถุงข้าวเย็บปากถุงอย่างดีด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย โรงสีของพี่น้องชาวนาทำไม่ได้หรือไม่ ต้องเป็นโรงสีใหญ่และมีเครื่องจักรที่ทันสมัยหรือไม่ จึงไม่แปลกที่ การขายข้าวสารล่าสุดที่สำโรงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำไมต้องไปกรอกที่บ้าน ไม่มากรอกต่อหน้าประชาชน
นพ.วรงค์ ระบุอีกว่า การที่ตนคัดค้านการซื้อข้าวสารโรงสีกรอกถุงขาย เพราะไม่ได้ช่วยพี่น้องชาวนาอย่างแท้จริง การซื้อข้าวสารโรงสีมานั้น ก็เป็นเพียงแค่พ่อค้าคนกลางเท่านั้นเอง ชาวนาไม่ได้ประโยชน์เพราะขายเป็นข้าวเปลือกไปแล้ว เราจึงต้องช่วยกันรณรงค์ให้ซื้อข้าวสารจากกลุ่มชาวนา สหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนที่สีกันเอง อย่างน้อยพี่น้องชาวนาก็จะได้กำไรเพิ่ม มีการแบ่งปันผลกำไรให้สมาชิก สามารถสร้างระบบการสั่งซื้อระยะยาว ไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง ต้องเก็บข้าวเปลือกในยุ้งฉางไว้สี นำไปสู่วิถียุ้งฉางเพื่อเก็บข้าวเปลือก และเมื่อมียุ้งฉาง พี่น้องชาวนาสามารถใช้เป็นเครื่องมือควบคุมปริมาณข้าวเปลือกออกสู่ตลาดได้ นี่คือเหตุผลในการคัดค้านการซื้อข้าวสารจากโรงสีมากรอกถุงขาย ที่สำคัญบางคนยังเอาบุญคุณอ้างว่าเป็นข้าวสารชาวนาอีกด้วย





