"พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ" รอง ผบ.ตร.ถกมาตรการรักษาความปลอดภัยงานลอยกระทง “เอเชียทีค”
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้เรียก พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รรท.รองผบช.น. พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผบก.น.5 พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญพิทักษ์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ รองผกก.สส. พ.ต.ท.ศราวุธ วินัยประเสริฐ สว.สส. เข้าประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัย และคัดกรองบุคคลที่เข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งแผนเผชิญเหตุในงานเทศกาลลอยกระทง ในพื้นที่เอเชียทีค เดอะริเวอร์ ฟร้อนท์ ก่อนลงพื้นที่ตรวจจุดคัดกรองบุคคล และห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของกล้องวงจรปิดทั้งหมด พร้อมกับเน้นย้ำพนักงานรปภ. ให้แจ้งฝ่ายสืบสวนทันทีหากพบความผิดปกติ
พ.ต.อ.รัชพล กล่าวว่า ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร มีกิจกรรมลอยกระทงมี 7 ท่าน้ำ โดยเอเชียทีคเป็น 1 ท่าน้ำหลัก ทาง สน.ตั้ง ศปก.ภายในเอเชียทีค มี พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ เป็นผู้ควบคุมและมี ทก.ย่อยอีก 4 ทก. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกรุงเทพมหานคร รวม 107 นาย ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมกิจกรรม 30,000 - 50,000 คน โดยทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมเข้าพื้นที่ต้องผ่านเข้าตัวสแกน หรือวอล์คทู และผ่านขั้นตอนการตรวจบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง และกระเป๋าสัมภาระทั้ง 5 จุด ที่ติดตั้งไว้ นอกจากนี้ ทางเอเชียทีคได้นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้ทั้งหมด 180 ตัวที่มีการตรวจสอบใช้งานได้ตามปกติ บันทึกภาพได้สมบูรณ์ ไม่มีชำรุด สำหรับรถยนต์ที่เข้ามาที่จอดรถนั้น ทางเอเชีคทีคได้จัดสถานที่จอดรถไว้ 2 จุดรวม 1,400 คัน มี รปภ.คอยคัดกรองรถยนต์ทุกคัน โดยใช้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ขับขี่และทะเบียนรถยนต์ทุกคัน นอกจากนี้ยังให้เปิดท้ายรถเพื่อตรวจสัมภาระและใช้กระจกส่องใต้รถอีกด้วย
ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานลอยกระทงในจุดอื่นๆทั่วประเทศนั้นจะใช้มาตรการเดียวกันคือเน้นเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากประชาชนงดการจุดพลุ ประทัด หรือดอกไม้ไฟทุกชนิด พร้อมให้นักท่องเที่ยวช่วยกันระมัดระวังทรัพย์สิน และเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ทันที





