วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขานรับอ.หนองจิก ต้นแบบ'สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน'

(รายงาน) ท้องถิ่นขานรับ อ.หนองจิก ต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติ (เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559) เห็นชอบเป็นหลักการโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะนําร่องในพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านความมั่นคง ปลอดภัยและกระตุ้นเพื่อให้เกิดการลงทุน เพื่อนําไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองหลักและเมืองข้างเคียงอื่นๆ สามารถยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจากการสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน

สำหรับในพื้นที่ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ในฐานะเมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน เนื่องจากเป็นประตูสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ใน อ.หนองจิก ถือเป็นต้นแบบทั้งทางภาคเกษตรกรรมที่ผสมผสาน และภาคการประมง มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อโครงการฯดังกล่าวได้เลือกพื้นที อ.หนองจิกเป็นเมืองต้นแบบ ทำให้ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ต่างขานรับโครงการฯดังกล่าว

และพร้อมร่วมมือกันผลักดันให้เป็นรูปธรรมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยล่าสุด ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมวางกรอบยุทธศาสตร์ร่วมกัน ทั้งทางภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งรัดผลักดัน โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการให้ความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้โครงการนี้ไปสู่เป้าหมายได้อย่างยั่งยืน

นายเอก ยังอภัยย์ นายอำเภอหนองจิก เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่า สิ่งสำคัญอันดับแรก ในการผลักดัน โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ก็คือ การสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วน ที่จะต้องเข้าใจต่อทิศทางและนโยบายของภาครัฐเป็นพลังหนุนเสริมในการขับเคลื่อนโครงการนี้ ที่จะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าประชาชนไม่เข้าใจ ว่าสิ่งที่รัฐบาลประกาศว่าเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนคืออะไร ประชาชนจะได้อะไร

จากนโยบายนี้ ประชาชนควรวางตัวอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร ในลักษณะปัจเจกหมู่บ้านชุมชน สังคมของตัวเองอย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้องให้ข้อมูลความรู้กับชาวบ้าน ผ่านผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ผู้นำศาสนาหรือกลุ่มองค์กรต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนที่ได้ทำมาจากได้รู้เรื่องนี้

ประการที่สองข้อมูลจำเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการที่จะวางแผนพัฒนา เพราะการที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองต้นแบบไม่ใช่ว่าคิดวันนี้แล้วจะให้เป็นรูปเป็นร่างวันนี้เลย ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทุกอย่าง เพราะว่าถูกกำหนดให้เป็นเรื่องของเมืองเกษตรและอุตสาหกรรมผสมผสาน

ฉะนั้นความแข็งแกร่งในส่วนเมืองหนองจิกคือความหลากหลาย ในภาคการเกษตร ปศุสัตว์ บริการ ด้านการคมนาคมขนส่งและด้านการประมงเป็นต้น โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งและรวบรวมมาวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน ศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาในแต่ละด้าน และได้จัดทำข้อมูลประสานศูนย์ราชการ ส่วนที่เกี่ยวข้องรวบรวมเป็นรูปเล่มส่งให้จังหวัดและศอบต ซึ่งป็นข้อมูลที่ได้ติดตามเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและการตัดสินใจ การขับเคลื่อนงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจในการตกลงใจ

ประการที่สาม เป็นเรื่องของ กลุ่มเล็กๆกลุ่มย่อย ซึ่งมีความหลากหลาย โดยจะมีการเชื่อมโยงกับในอำเภอและเกษตรกรในตำบลและอีกหลายๆตำบล เรื่องเกษตรกรที่ปลูกปาล์มในพื้นที่หนองจิก จะเชื่อมโยงกับจังหวัดยะลา นราธิวาสได้อย่างไร ส่วนเรื่องข้าวที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ตอนนี้ได้ทำเป็น 3 ระดับ ทำกินเองในครัวเรือน อีกส่วนยกระดับพื้นที่เยอะขึ้นอาจจะเก็บไว้กินบ้างขายบ้าง ส่วนที่สามคือเอาไว้ขายอย่างเดียว

“เป็นแนวคิดที่จะต้องพัฒนา 3 กลุ่มนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยต้องทำข้อมูลเชิงลึกในทุกกลุ่มทุกด้าน ให้สอดคล้องกับเมืองสามเหลี่ยมเศรษฐกิจควรที่จะปรับปรุงไปในทิศทางไหน ในเมื่อเราจะต้องพัฒนาเมืองต้นแบบ เราก็ควรจะพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำคือการที่นำเข้าสู่กระบวนการของโรงงานหรือการแปรรูปและตลาด”

นายเอก กล่าวและว่า คำว่าเมืองต้นแบบ ไม่ได้ความหมายว่าทุกคนจะรวย ทุกคนจะประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ แต่เราควรต้องเริ่มต้นอย่างมั่นคงเป็นหลัก ตระหนักถึงทุนที่มีสามารถนำทรัพยากรที่มีในพื้นที่ นำมาทำให้เกิดมูลค่าและคุณค่าได้อย่างแท้จริง ซึ่งในอดีตเมืองหนองจิกเป็นเมืองเก่าที่มีความหลากหลาย

โดยตำแหน่งภูมิศาสตร์ เป็นประตูสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากจะทางเข้าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องผ่านเมืองหนองจิกก่อน ก่อนที่จะเข้าสู่จังหวัดอื่นๆ เป็นจุดเชื่อมต่อของทุกจังหวัด ในโครงข่ายขนส่งคมนาคมต่างๆ เช่นเส้นทางของวงเวียนมะพร้าวต้นเดียวจะมีการขยายเส้นทางตัดผ่านเลี่ยงเมืองไปยังแยกบ้านดี เป็นการระบายการจราจรได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องผ่านเมืองปัตตานี

หรือแนวคิดที่จะขยายสนามบินบ่อทองตอนนี้เป็นสนามบินของทหาร ซึ่งมีแนวคิดศึกษาที่จะต่อขยายสามารถดำเนินการได้ ประเมินความคุ้มทุนไม่ติดเรื่องที่ทางต่างๆ จะเป็นจุดแข็งจุดหนึ่ง เพราะว่าหนองจิกเป็นศูนย์กลาง สงขลาบางส่วน เทพาก็อยู่ไม่ห่าง สามารถใช้สนามบินนี้ได้ หรือแม้กระทั่งการที่ภาคเอกชนพูดถึงท่าเรือในพื้น บางเขา ท่ากำชำ เอกชนบอกว่า ถ้ามีท่าเรือ จะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งให้กับผู้ประกอบการได้อย่างมาก

ซึ่งนโยบายของภาครัฐในการจัดทำ โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันเจตนารมว่ารัฐต้องการแสวงหาความร่วมมือจากทุกคนทุกภาคส่วน ถ้ามีการร่วมมือดีก็เป็นจุดเริ่มที่ดี และเห็นผล อาจจะไม่เห็นผลในวันเดียวแต่ความยั่งยืนจะต้องเกิดขึ้นถ้าเราเชื่อมั่นในแนวทางนี้

นายอรุณ สะนิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ที่ขานรับโครงการฯนี้ เนื่องจากเชื่อว่า จะช่วยส่งเสริมภาคเกษตรกรรม และภาคการประมงในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจะมีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น แรงงานคนในพื้นที่จะได้มีงานทำมีรายได้เสริม สำหรับในส่วน ตำบลท่ากำชำ นอกจากมีภาคเกษตรกรรมแล้ว ตำบลท่ากำชำถือ เป็นด่านแรกของเมืองหนองจิก และมีแหล่งท่องเที่ยวคือ หาดบางราพา

“อยากให้รัฐบาลได้สนับสนุนงบในการพัฒนาแหล่งตรงนี้ด้วย หาดบางราพาเป็นหาดที่สวยงามไม่แพ้หาดทรายในแถบจังหวัดใกล้เคียงอีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผ่อนได้อย่างดีสำหรับการคลายความเครียดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนใต้ จึงอยากจะขอให้รัฐบาลช่วยผลักดันโครงนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมด้วย”

นายดุลเลาะ มามะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กล่าวว่าตำบลบางเขามีเนื้อที่ 42 ตารางกิโลเมตร ชาวบ้านมีอาชีพในด้านการเกษตร ซึ่งตอนนี้ทางองค์การบริหารสนับสนุนในด้านเกษตรให้ชาวบ้านทำการเกษตรและหาแนวทางพัฒนาการเพาะปลูกและผลิตให้เพิ่มมากกว่าเดิมที่มีอยู่

“จากโครงการที่ทางรัฐบาลได้ดำเนินการนั้น ถือเป็นโครงการที่ดี ที่จะส่งผลต่ออาชีพและรายได้ให้ชุมชน ทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และหวังว่าถ้าหากโครงการนี้ได้ดำเนินการแล้วทำให้ชาวบ้านได้มีรายได้แล้วอาจทำให้สถานการณ์ในสามจังหวัดของเราดีขึ้นก็อาจจะเป็นไปได้”