วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.รับหลักการปรับปรุงกม.คุมยาสูบฯ

สนช.รับหลักการปรับปรุงกม.คุมยาสูบฯ เพิ่มอายุเยาวชนที่จะเข้าถึงบุหรี่จาก 18 ปี เป็น 20 ปี

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญํติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาหลักการร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่ ครม.เป็นผู้เสนอในวาระแรก 

โดย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า เป็นการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 ที่ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบทบัญญัติหลายประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากโรคภัยที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ยาสูบไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ดังนั้นจึงควรปรับปรุงกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและยกระดับการคุ้มครอง 

สุขภาพอนามัยของประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกรอบอนุสัญญาดังกล่าวด้วย  

ทั้งนี้มีสมาชิก สนช. อภิปรายสนับสนุนหลักการอย่างกว้าง โดยเห็นด้วยที่กฎหมายเพิ่มอายุเยาวชนที่จะเข้าถึงบุหรี่จาก 18 ปี เป็น 20 ปี ซึ่งถือเป็นมาตรการคุ้มครองเยาวชนที่จะไม่ให้เกี่ยวข้องกับบุหรี่ แต่มีความเป็นห่วงเรื่องการสุดโต่งของการบังคับใช้กฎหมาย และผลกระทบกับผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งนพ.สกล ชี้แจงว่า กฎหมายดังกล่าวมุ่งหวังเพื่อให้การคุ้มครองเด็กและเยาวชนเพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดี และเชื่อว่า หากร่าง พ.ร.บ. ออกใช้บังคับแล้ว น่าจะทำให้สุขภาวะของคนไทยดีขึ้น แต่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการยาสูบ ทั้งร้านค้าปลีกแบ่งขายมวน ผู้เพาะปลูกผู้บ่ม โดยเกษตรผู้ปลูกยาสูบทางกระทรวงเกษตรฯได้มีการสำรวจพบว่าจะมีผลกระทบจำนวน 170,000 ไร่ หรือ 40,000 ครอบครัว ซึ่งก็ได้กำหนดมาตรการเยียวยาอยู่  

ขณะที่นพ.สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า สำหรับผลกระทบต่อผู้ประกอบการ อย่างกรณีเกษตรกรไร่ยาสูบ ครม.ได้ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรฯเพื่อหามาตรการเยียวยา ทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว และจากสถิติจำนวนผู้สูบบุหรี่จะลดลงไม่มากนัก โดยลดลงช้า โอกาสที่จะส่งผลกระทบจะค่อยเป็นค่อยไปไม่ฮวบฮาบ โดยเลวร้ายสุดจะส่งผลกระทบต่อเกษตรผู้ปลูกยาสูบเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีมาตรการต่างๆ เช่น กองทุนเยียวยา การส่งเสริมปลูกพืชทดแทน โดยใช้งบประมาณไม่มาก ประมาณ 90 ล้านบาท  

ด้านนพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข ชี้แจงว่า การร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นกฎหมายสุดโต่งแต่เป็นไปตามกรอบอนุสัญญาฯทุกประการและเราไม่ได้ร่างเข้มงวดไปจากกรอบ แม้องค์การอนามัยโลกจะให้ประเทศภาคีสามารถออกกฎหมายที่เข้มงวดไปจากกรอบได้ ส่วนข้อเสนอที่ควรให้ตัวแทนชาวไร่ยาสูบร่วมเป็นคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบด้วยนั้นถือว่าขัดต่อกรอบอนุสัญญาเนื่องจากเป็นผู้ผลิต สำหรับผลกระทบต่อเกษตรผู้ปลูกยาสูบนั้นถือกระทบน้อยมาก เนื่องจากยาสูบที่บริโภคปัจจุบันเป็นนำเข้าจากต่างประเทศส่วนใหญ่ซึ่งก็ไม่ได้ลดลงมากนัก ส่วนผู้ค้าปลีกก็ส่งผลกระทบน้อยมาก 

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่ ครม.เป็นผู้เสนอในวาระแรก ด้วยคะแนน 159 งดออกเสียง 5 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 21 คน เพื่อพิจารณาภายใน 60 วัน