วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทูตไทย'แนะอย่ากังวลนโยบาย'American first'เกินไป

"ทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี." ชี้ นโยบาย “ทรัมป์” ตอบโจทย์โดนใจความรู้สึกชาวมะกันส่วนใหญ่ แนะไม่ควรวิตกกังวลกับนโยบาย "American first"

นายพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่อาจส่งผลต่อนโยบายของประเทศไทยว่า ผลการเลือกตั้งของสหรัฐฯ สะท้อนถึงความต้องการชาวอเมริกันในหลายส่วน ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ไม่พอใจกับสภาพที่เคยเป็นมาของประเทศ และกลุ่มที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ซึ่งนายโดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ก็ดูเหมือนจะเข้าใจ ความต้องการ และสามารถที่จะพูดแทนคนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

ชี้นโยบาย “ทรัมป์” ตอบโจทย์โดนใจความรู้สึกชาวมะกันส่วนใหญ่

ฉะนั้นนโยบายของนายทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่างประเทศ เศรษฐกิจ และความมั่นคงภายในประเทศ รวมถึงปัญหาที่สหรัฐฯต้องประสบมาเป็นระยะเวลานาน อย่างการลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมายล้วนโดนใจ และสอดคล้องกับความรู้สึกหวั่นไหว ปะปนกับความกลัวในหมู่คนสหรัฐฯอยู่ในตอนนี้ นอกจากนี้ คนสหรัฐฯส่วนใหญ่คิดว่า ต้องการรับผลประโยชน์จากโลกาภิวัตน์ ไม่ใช่รับผลกระทบจากโลกาภิวัตน์

นายพิศาล ชี้ว่า หากพิจารณาดูจากเอกสาร100วันแรกของนายทรัมป์ หลังจากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเห็นว่านโยบายที่นายโดนัล ทรัมป์ ใช้ในการหาเสียงนั้น แสดงความไม่เห็นด้วยกับความตกลงทางการค้า โดยเฉพาะความร่วมมือTPPเพราะมองว่า ไม่เป็นประโยชน์กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานในสหรัฐฯ แต่เป็นการเคลื่อนย้ายงานและโรงงานไปยังต่างประเทศ อีกทั้งยังเห็นว่า รัฐบาลไม่ให้การช่วยเหลือมากพอ ในเรื่องการศึกษาและสาธารณสุขให้กับคนส่วนใหญ่ในสังคม

สิ่งเหล่านี้ ทำให้เมื่อถามคนส่วนใหญ่ของสหรัฐฯว่า ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโอบามาทำงานเป็นอย่างไรบ้าง คนส่วนใหญ่เกินครึ่งของประเทศบอกชอบและสนับสนุน แต่หากถามว่า ทิศทางที่บ้านเมืองกำลังเดินหน้านั้นถูกต้องหรือไม่ คนส่วนใหญ่บอกว่าผิด แล้วเมื่อมีผู้สมัครบอกว่า ทิศทางที่ประเทศเดินหน้าไปนั้นเป็นสิ่งที่ผิด และเสนอแนวทางเดินหน้าประเทศที่หลายคนต้องการ จึงทำให้ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างที่เห็น ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน มีข้อด้อยส่วนตัวที่แก้ไม่หายคือ ในเรื่องของความไม่น่าไว้วางใจ และเรื่องของความไม่ตรงไปตรงมา

หวังนโยบาย "ทรัมป์" เน้นพันธมิตรทางทหารช่วยหนุนสัมพันธ์ให้เข้มแข็งขึ้น

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ช่วยนายทรัมป์ ที่ดูแลงานด้านต่างประเทศ สรุปความได้ว่า นโยบายสหรัฐฯต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะเป็นไปในลักษณะPeace Through Strengthเป็นการสร้างสันติภาพบนแสนยานุภาพของสหรัฐฯโดยจะให้ความสำคัญกับประเทศที่เป็นพันธมิตรทางทหารโดยที่ก่อนหน้านี้ สมาชิกพรรครีพลับบิคกันท่านหนึ่งได้วิจารณ์นโยบายปรับสมดุลย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของนายโอบามา ว่า เป็นนโยบายที่ส่งเสียงดัง แต่เมื่อนำไปปฏิบัติจริงกลับลดขีดความสามารถทางทหาร ดังนั้นสิ่งที่ทรัมป์จะทำคือการสร้างพันธมิตรกับผู้ที่เป็นคู่แข่งขัน

ตนได้ย้ำกับผู้ช่วยด้านต่างประเทศของนายทรัมป์ ว่า ประเทศไทยเป็นเพื่อนของสหรัฐฯในเอเชียที่เก่าแก่ที่สุดมากว่า183ปี และเป็นพันธมิตรทางทหารที่พึ่งพาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่2เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นเราเชื่อมั่นและคาดหวังว่า เมื่อนายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะช่วยหนุนนำให้ความเป็นพันธมิตรดังเดิมนี้ให้เข้มแข็งและเป็นประโยชน์ให้กับสองฝ่ายยิ่งขี้น ซึ่งเขาก็เห็นด้วย และยังบอกอีกว่า นายทรัมป์ ยังให้คุณค่ากับพันธมิตรที่จะให้ความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้ายอีกด้วย

เชื่อ ยกเลิกTPPไทยได้ประโยชน์ ไม่ควรวิตกกังวลเกินไปกับนโยบาย American first

ส่วนเรื่องการค้า หากดูในเอกสาร100วันแรกของนายทรัมป์ฯ ซึ่งระบุชัดเจนว่า จะยกเลิกหรือแก้ไขเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือนาฟต้า (สหรัฐฯ แคนาดา แม็กซิโก) และยกเลิกทีพีพี ถ้ามองในด้านนี้ เราจะได้รับประโยชน์ เพราะเราไม่ได้เป็น12ประเทศสมาชิกทีพีพี และในฐานะที่เราเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯอย่างยาวนาน ถ้าดำเนินการทูตดีๆ จะช่วยให้เรา สร้างกรอบความร่วมมือใหม่ ที่มีสิทธิ์มีเสียงตั้งแต่ต้น อย่างที่ไม่ใช่ ไปเป็นสมาชิกทีพีพี รอบที่2

อีกเรื่องที่คนเป็นห่วงในเรื่องAmerican first ที่ครอบคลุมในเรื่องความมั่นคงและการค้า ส่วนตัวมองว่า ไม่ควรวิตกจนเกินไป เพราะนายทรัมป์ได้กล่าวแล้วว่าจะให้ความยุติธรรมกับมิตรประเทศ

เสนอนายกฯ สนับสนุน บ.ไทย ลงทุนในสหรัฐฯ สร้างพลังต่อรองการเมือง – นิยมชมชอบจากคนสหรัฐฯ

นายพิศาล กล่าวด้วยว่า วันนี้ ผมได้รายงานนายกรัฐมนตรี ว่า ในช่วงที่ผ่านมา ผมเห็นมีบริษัทไทยไปลงทุนในสหรัฐอเมริกามากขึ้น ผมอยากสนับสนุนให้บริษัทไทย ไปลงทุน ซื้อกิจการ เพื่อสร้างงาน ขยายการผลิต และการส่งออกในรัฐต่างๆของสหรัฐอเมริกาให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับบริษัทไทยจากการที่เรามีความตกลงกับสหรัฐฯ อยู่แล้ว

นายพิศาล กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าว จะทำให้ไทยได้รับความนิยมชมชอบจากคนสหรัฐฯ เพราะไทยเข้าไปสร้างงาน โดยที่ไม่ได้ทำให้บริษัทอเมริกันต้องย้ายฐานการผลิตออกจากสหรัฐฯไปยังที่ประเทศไทย นอกจากนี้ ไทยจะมีพลังต่อรองทางการเมือง เพราะเรามีผลประโยชน์ร่วมกับสหรัฐฯ ฉะนั้นคำว่า “สร้างงานคือหัวใจสำคัญ” ของการขยายความรู้สึกที่ดีระหว่างประชาชนไทยกับสหรัฐฯ เพื่อได้รับผลประโยชน์ร่วมทางธุรกิจและสร้างพลังทางการเมือง