วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาว์พงษ์'ลงนามหลักเกณฑ์เฟ้นผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่

“ดาว์พงษ์” ลงนามหลักเกณฑ์เฟ้นผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่ เตรียมประกาศรับสมัคร 11 พ.ย.นี้

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กทม. เมื่อเร็ว ๆ นี้ เห็นชอบคณะกรรมการสอบคัดเลือกนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2560 โดยมีนายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธาน ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบให้ กศจ. กทม. ดำเนินการเปิดสอบผู้บริหารโรงเรียน แทนตำแหน่งที่ว่าง 2  ตำแหน่ง คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสังข์กระจาย และโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ที่ออก ใหม่ โดยจะต้องบรรจุให้ได้ภายในเดือนธันวาคม 

“นอกจากนั้นสพฐ.ยังเสนอความคืบหน้าจัดตั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อ.ก.ค.ศ.สพฐ.) ซึ่งเท่าที่ดูรายละเอียดหลายเรื่องยังไม่ชัดเจน ผมจึงให้การบ้านกลับไปดูใหม่ โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ต้องย้ายมาให้อ.ก.ค.ศ.สพฐ. ซึ่งจะต้องดูความเหมาะสม ไม่ใช่ว่า สพฐ.อยากจะได้อำนาจมากเกินไปก็ไม่ได้ เพราะก.ค.ศ. ยังคงต้องทำหน้าที่คุมกฎใหญ่อยู่ “พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์  ปลัด ศธ. กล่าวว่า สพฐ.เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาใน 2 ประเด็นหลัก คือ อำนาจหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ.สพฐ. ซึ่งยังไม่ชัดเจน ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการศธ. จึงให้ กลับไปวิเคราะห์ อำนาจหน้าที่ ว่าจะควรจะมีการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่อะไรบ้างจากก.ค.ศ. มาไว้ที่อ.ก.ค.ศ.สพฐ.โดยเปรียบเทียบกับหน่วยงานที่มีอ.ก.ค.ศ. ของตัวเองอยู่แล้ว ทั้งสำนักงานปลัดศธ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ส่วนที่ 2 คือ องค์ประกอบของอ.ก.ค.ศ.สพฐ.ว่าควรจะมีใครบ้าง แต่โดยหลักการ ควรจะประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนโดยตำแหน่ง  และกรรมการที่มาจากครูและบุคลากรทางการศึกษา ขณะเดียวกันยังให้วิเคราะห์ภารกิจใดบ้างที่ต้องถ่ายโอนไปจากก.ค.ศ. เพราะมีความเชื่อมโยงกับจำนวนบุคลากรและงบประมาณ ที่จะต้องจัดสรรเพิ่มเติม นอกจากนั้น รมว.ศึกษาธิการ ยังฝากให้ สพฐ.ไปพิจารณาด้วยว่าหากมีการตั้งอ.ก.ค.ศ.สพฐ.ขึ้น แล้วควรจะรวม อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ของสพฐ. ไว้ด้วยหรือไม่  

“ตุ๊กตาที่สพฐ.เสนอมา จะมีความคล้ายคลึงกับการทำงานของอ.ก.ค.ศ.สอศ.และสป. โดยหลักการใหญ่คือ เพิ่มอำนาจหน้าที่บางอย่าง อาทิ  ให้มีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการในสังกัดได้เอง เช่นเดียวกับสอศ.และสป.ขณะเดียวกัน ยังมีความเห็นว่า อำนาจการพิจารณาบางอย่างยังควรอยู่ที่ก.ค.ศ.ใหญ่  อาทิ การอุทธรณ์ร้องทุกข์  กรณีมีความขัดแย้งในการพิจารณาโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง  และการประเมินวิทยฐานะ ระดับเชี่ยวชาญ เป็นต้น  ก็อาจยังต้องให้เป็นอำนาจของก.ค.ศ.เช่นเดิม”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ รมว.ศึกษาธิการ ยังได้ลงนามใน หนังสือ ที่ ศธ. 0206.6/794  เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ซึ่งมีเงื่อนไขให้ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก ให้ผู้ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์นี้ ต้องเข้ารับการประเมินสัมฤทธิผลในการปฏิบัติงาน ใน 1 ปี ประเมิน 2 ครั้ง ทุก 6 เดือน  หากไม่ผ่านประเมิน จะดำเนินการตามาตรา71 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และกฎก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน ทั้งนี้ ผลการประเมินถือเป็นอันสิ้นสุด โดยจากนี้ กศจ.แต่ละแห่งจะต้องไปประกาศรับสมัคร ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน และบรรจุแต่งตั้งให้ได้ภายในปลายเดือนธันวาคมนี้