"สภากทม." สั่ง "สำนักการจราจรและขนส่ง" ทบทวนข้อดี-ข้อเสีย เดินรถเมล์ "บีอาร์ที" เร่งชงผู้บริหารตัดสิน
นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา สมาชิกสภากทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาและทบทวนการดำเนินโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการวิสามัญศึกษาและทบทวนการดำเนินโครงการรถโดยสารบีอาร์ที ครั้งที่ 7 โดยมีนายสมชาย เดชากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิศวกรรมจราจร สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมพิจารณาในการต่อสัญญาโครงการดังกล่าวจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่นั้น โดยในที่ประชุมได้มอบหมายให้สจส. ไปทบทวนและเปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสียของโครงการในการดำเนินงาน เพื่อให้กทม.ได้ประโยชน์สูงสุด
นายสมชาย กล่าวว่า โครงการรถโดยสารบีอาร์ที เป็นนโยบายที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้บริหารเห็นถึงปัญหาในการใช้รถโดยสารประจำทาง และเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งกทม.อยากเดินหน้าโครงการต่อไป เนื่องจากการก่อสร้างพื้นฐานยังใช้ได้อยู่ หากปล่อยทิ้งไปก็จะเสียประโยชน์ ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาระบบเชื่อมต่อคมนาคมทางบกและทางน้ำ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวก อย่างไรก็ตามจะเร่งสรุปข้อดีข้อเสีย เสนอที่ประชุมคณะกรรมการอีกครั้ง ก่อนจะนำเสนอคณะผู้บริหารพิจารณา ต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ได้รวบรวมข้อมูล ไว้เตรียมชี้แจงแก่คณะกรรมการ โดยข้อมูลที่จะนำแจ้งนั้นจะเป็นความเป็นมาโครงการ วัตถุประสงค์ และการดำเนินการที่ผ่านมา รวมถึงมีการให้ข้อมูลถึงแนวโน้มความเป็นไปได้ในอนาคต ว่า หากยกเลิกโครงการไปแล้วและยังไม่มีระบบขนส่งทดแทน จะเกิดผลกระทบหรือไม่ และจะมีวิธีการแก้ปัญหาในระยะสั้นอย่างไร เนื่องจากรถบีอาร์ทีดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ส่วรแผนระยะยาวในเส้นทางดังกล่าวจะมีการดำเนินการในรูปแบบระบบราง ทั้งรถรางบนพื้นและระบบโมโนเรล คือรถไฟรางเดี่ยวแบบลอยฟ้า ซึ่งจะต้องใช้แนวทางการดำเนินการรูปแบบใดที่จะเหมาะสมที่สุด เตรียมเสนอคณะผู้บริหาร พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) เกิดขึ้นภายหลังจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2550 เห็นชอบให้กทม.เดินรถโดยสารบีอาร์ที เป็นโครงการนำร่องสายแรก โดยกทม.ได้ทำสัญญาจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในฐานะวิสาหกิจ กทม. เดินรถโดยสารบีอาร์ทีสาย 402 สาทร-ราชพฤกษ์ ระยะเวลาสัญญา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2553 – เม.ย.2560 วงเงิน 2,009.7 ล้านบาท ซึ่งกทม.ได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.2553 โดยผลการดำเนินการโครงการตั้งแต่ปี 2553-2559 มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยปีละ 18,000 ต่อเที่ยว/คน/วัน และมีรายรับรวมเป็นเงิน 199.8 ล้านบาท รายจ่าย 1,237.6 ล้านบาท





