กมธ.ปราบทุจริต สปท. ชงรัฐบาล ตั้งคณะทำงานสแกน หน่วยงานรัฐใช้งบพีอาร์ หวังลดอิทธิการเมืองใช้เงินแทรกแซงสื่อฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สปท. เป็นประธานกมธ.ฯ ได้นำเสนอ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารการประชาสัมพันธ์ในภาครัฐเพื่อความโปร่งใส ต่อที่ประชุมสปท. ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ เพื่อให้สปท.พิจารณาและนำเสนอต่อรัฐบาลให้นำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการทุจริตในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ และสร้างธรรมาภิบาลในการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงแก้ปัญหาการแทรกแซงหรือครอบงำสื่อมวลชนของผู้นำทางการเมือง, พรรคการเมืองและผู้นำหน่วยงานภาครัฐ โดยมีข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการบริหารการประชาสัมพันธ์ในภาครัฐเพื่อความโปร่งใส (กบป.) เพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีบริหาร กับและติดตามการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ
นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอให้ณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ กรณีที่การประชาสัมพันธ์ภาครัฐเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว นอกจากนั้นให้แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 เพิ่มข้อกำหนดซึ่งห้ามหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารในหน่วยงานและองค์กรหรือองค์กรท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ ใช้หรือจัดสรรงบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ทั้งโดยตรงหรือแอบแฝงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้ใด หรือพรรคการเมืองที่อาจส่งผลต่อการได้เปรียบในการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในรายงานของกมธ.ฯ เสนอให้สำนักงบประมาณกำหนดกรอบการทำคำของบประมาณที่ใช้ประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยต้องชี้แจงเหตุผล ความจำเป็นของการใช้งบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงประเมินความคุ้มค่า และแจกแจงรายละเอียดที่ชัดเจน ขณะที่กรมบัญชีกลางต้องกำหนดราคากลางของการจัดซื้อเวลาออกอากาศทางวิทยุ , โทรทัศน์เพื่อประชาสัมพันธ์ และการจ้างเอกชนเพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ รวมถึงจ้างทำสื่อที่ชัดเจนโดยคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต้องกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนของหน่วยงานภายนอกร่วมพิจารณา และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบการประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐรวมถึงประเมินความคุ้มค่าและรายงานผลตรวจสอบต่อสาธารณะ.





