รองแม่ทัพฯ แจงจัดบัตรคิวแบบกลุ่ม ครั้งละ70คน พร้อมให้คนนั่งรถวีลแชร์เป็นคิวพิเศษ เข้าสักการะพระบรมศพฯ รัชกาลที่9
ที่กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร ท้องสนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงภายหลังการประชุมวางแผนจัดระเบียบความเรียบร้อยภายในสนามหลวง
พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า สำหรับจุดรับบัตรคิวยังใช้จุดเดิมในพื้นที่สนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฏีกา แต่ได้เปลี่ยนจากแจกบัตรคิวเป็นรายบุคคล เป็นแบบคิวกลุ่ม เพื่อเข้าสักการะพระบรมศพฯ รัชกาลที่9 เนื่องจากสำนักพระราชวังสามารถนำประชาชนเข้ากราบพระบรมศพได้คราวละ 70 คน จึงจัดเป็นกลุ่มละ 70 คน เข้าไปพักที่เต็นท์หน้ากรมศิลปากร ก่อนนำเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง โดยคนที่มาจะต้องต่อแถวเข้าคิววนเวียนรอบสนามหลวงด้านทิศเหนือ แต่สิ่งที่เป็นห่วงในเรื่องสุขภาพของประชาชน เพราะฝนตกสนามแฉะประชาชนสูงอายุที่มีโรคประจำตัว ที่ประชุมจึงต้องระดมจิตอาสา พยาบาลทั้งทหารตำรวจ ช่วยคัดกรองประชาชนที่สุขภาพไม่ดีหรือมีอายุมาก ให้มาพบแพทย์ก่อน โดยจะขอให้เป็นคิวพิเศษนั่งรถวีลแชร์เข้าไปสักการะ แยกจากคิวปกติกับคนที่ร่างกายแข็งแรง
“ส่วนในช่วงบ่ายจะทราบว่าในสนามหลวงจะมีจำนวนประชาชนเหลือมากเท่าไหร่ แล้วคำนวณว่าเมื่อถึงเวลา 21.00 น. ประชาชนจะเหลือจำนวนเท่าใดที่จะสามารถเข้าไปกราบได้ จากนั้นจะมีการตัดแถวออกไป แต่จากที่ประเมินด้วยสายตาขณะนี้มีมามากกว่า 1 หมื่นคนแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ทั้งหมด เพราะ 1 หมื่นคนเป็นเพียงตัวเลข จากเดิมที่กำหนดเปิดให้เข้าสักการะเวลา 08.00 น. แต่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 05.00 น. ทำให้จำนวนคนจะมีมากขึ้นไปด้วย” พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 30 ต.ค. ยังคงใช้ระบบแจกบัตรคิวอีกหรือไม่ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ถ้าประชาชนเดินทางมามากจะต้องใช้วิธีแบบคิวกลุ่ม จะสะดวกกว่า ถ้าเป็นคิวเดี่ยวจะรองรับลำบาก โดยมาเข้าคิวได้ที่ในสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา แต่ต้องขออภัยจริงๆ หากประชาชนมากเกินกว่าที่จะรับได้ เพราะเจ้าหน้าที่เตรียมการกันตั้งแต่เช้า พอๆ กับประชาชนที่มารอกันตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อถามว่า จะมีการขยายเวลาจากเดิม 21.00 น. ออกไปหรือไม่ รองแม่ทัพภาค 1 กล่าวว่า ผู้ที่เป็นคนกำหนดเวลาเป็นสำนักพระราชวัง ทางตนมีหน้าที่อำนวยความสะดวกเท่านั้น
เมื่อถามว่า จะมีการขยายพื้นที่รองรับประชาชนหรือไม่ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีแผนที่จะปรับพื้นที่ เพราะว่าจะต้องมีการปรับพื้นที่รองรับ สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งเป็นแผนในอนาคต ซึ่งการปรับพื้นที่ที่จะต้องรองรับประชาชนได้โดยเฉพาะประชาชนที่เข้ามากราบพระบรมศพเป็นหลัก ทำให้พื้นที่ในสนามหลวงจะต้องลดลง





