วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับแผนจราจรทั่วกรุง รับคลื่นพสกนิกร

ปิดการจราจร 27 เส้นทางรอบ "สนามหลวง" เต็มรูปแบบวันนี้ รับประชาชนจากทุกสารทิศเดินทางเข้าถวายบังคมหน้าพระบรมโกศวันแรก

สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนทั่วไป เข้าถวายสักการะและเข้าเฝ้าถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันแรกในวันนี้ (29 ต.ค.) โดยคาดว่าจะมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาจำนวนมาก

รัฐบาลได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวเตรียมการรับประชาชนจำนวนมากที่จะเดินทางเข้าสู่ท้องสนามหลวง ทั้งในเรื่องของการคมนาคม การรักษาพยาบาลและอาหารการกิน

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาร่วมพระราชพิธี ประชาชนที่เดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะ ได้กำหนดที่จอดรถให้ 4 จุด คือ หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หน้าสำนักงานท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร และหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม

ขณะเดียวกัน ขสมก. ได้จัดรถส่งประชาชนเพิ่มเติม หลังเสร็จสิ้นการถวายบังคมพระบรมศพ โดยจะจอดรถรอส่งประชาชนบริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งขาออกนอกเมือง 10 คัน ฝั่งเข้าเมือง 10 คัน

ส่วนประชาชนที่นำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาจากต่างจังหวัด กำหนดจุดจอดรถให้ 9 แห่ง ได้แก่ ทิศเหนือ ที่อิมแพคเมืองทองธานี และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ทิศใต้ ที่ลานพุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลศาลายา และเซ็นทรัล พระราม 2 ทิศตะวันออกที่เมกะบางนา ทิศตะวันตก ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต

ส่วนรอบใน เตรียมสถานที่จอดรถไว้ 2 แห่ง คือสโมสรตำรวจ และแอร์พอร์ตลิ้งค์ มักกะสัน โดยทุกจุดจะมีรถขสมก.และรถชัตเติลบัส รับ-ส่ง จากจุดจอดรถมายังสนามหลวง

รวมทั้งประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟ ลงสถานีหัวลำโพง การเดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอสลงสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานีวงเวียนใหญ่ การเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ลงสถานีหัวลำโพง การเดินทางทางเรือ แม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นท่าช้าง คลองแสนแสบ ขึ้นท่าผ่านฟ้า คลองผดุงกรุงเกษม ขึ้นท่าเทเวศร์ ทุกจุดจะมีรถรับ-ส่งเช่นเดียวกัน

จัดระเบียบห้ามแท็กซี่เข้าพื้นที่

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เผยหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์จำนวนประชาชนที่จะเดินทางมายังท้องสนามหลวงได้ แต่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมและรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยจะปิดจราจรรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวก จึงขอให้ประชาชนอย่าใช้รถยนต์ส่วนตัวและเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

โดยเบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้จัดรถ ขสมก. และรถร่วมฯ ขสมก. ไว้บริการ พร้อมขอให้ ขสมก. ดึงรถจากเส้นทางอื่น 10% เพื่อมาเสริมในเส้นทางรอบท้องสนามหลวง นอกจากนี้ผู้ตรวจการกรมขนส่งทางบก จะดูแลมอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ไม่ให้เข้าพื้นที่เพื่อให้ประชาชนเดินทางโดยสะดวก

เปิด“ท่าเรือเขียวไข่กา”รับเส้นทางเรือ

ขณะเดียวกันสั่งการให้เตรียมการขนส่งทางน้ำ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าตากสิน-ท่าเรือสาทร-ท่าเรือมหาราช เนื่องจากพบว่าประชาชนเดินทางทางน้ำถึง 2 แสนคนในวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้จะจัดเรือเอกชนที่รองรับผู้โดยสารได้ 200-400 คนต่อลำ เพิ่มเติมในเส้นทางที่มายังท่าเรือมหาราชด้วย

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนของกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก. และรถชัตเติ้ลบัส ไม่ต่ำกว่าวันละ 2.5 แสนคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงสั่งการให้เพิ่มจำนวนรถเมล์ที่วิ่งให้บริการทุกประเภทรวมเป็นประมาณ 1,000 คัน

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากรมเจ้าท่าได้เปิดเส้นทางเดินเรือใหม่อีก 1 ท่าเป็นกรณีพิเศษ คือท่าเรือเขียวไข่กา บริเวณถนนสามเสน ไปยังท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร รวมทั้งประสาน ขสมก. จัดรถชัตเติ้ลบัสรับส่งฟรี จากท่าเรือเขียวไข่กาไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อด้วย

ย้ายจุดแจกบัตรคิวหน้าศาลฎีกา

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะดูแลกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.รส.) กล่าวว่าการเตรียมพร้อมดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพมีการเตรียมไว้หมดแล้ว ตั้งแต่เรื่องการจราจร การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยจะมีการจัดที่จอดรถไว้รองรับบริเวณรอบนอก รวมทั้งเรื่องห้องน้ำ อาหาร น้ำ โดยมีจิตอาสา และส่วนราชการพร้อมดูแลประชาชนทั้งหมด

ส่วนการจัดคิวให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ก็เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องรอนาน และเมื่อรับคิวแล้วสามารถออกไปผ่อนคลายได้โดยไม่ต้องนั่งรอคิวทั้งวัน และขอให้ประชาชนฟังเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำสำหรับวันที่ 29 ต.ค.นี้ จะเปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องต้นเฉลี่ยวันละ 7,000-10,000 คน ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าให้มีการลงทะเบียนออนไลน์นั้นไม่เป็นความจริง เพราะเป็นเพียงแนวคิดที่มีคนเสนอมาเท่านั้น และกอร.รส.จะมีการเปลี่ยนจุดรับบัตรคิวจากเดิมที่อยู่ทางฝั่งตรงข้ามม.ธรรมศาสตร์ ย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. เป็นต้นไป

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่าจะใช้ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลความเรียบร้อยและการจราจรรอบสนามหลวง วันละ 3,000 นาย รวมทั้งการเฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพ และเด็กพลัดหลง ได้มีการจัดตำรวจสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ตลอดเวลา

กำชับผู้ว่าฯดูแลปชช.76จว.ถวายสักการะ

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าการเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศนั้น สำนักพระราชวังคาดว่า สามารถรองรับประชาชนได้วันละ 8,000-10,000 คน จึงแจ้งให้กระทรวงมหาดไทยจัดประชาชนในต่างจังหวัดเข้าสักการะได้วันละ 3,000 คน ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้แบ่งประชาชนออกเป็น 4 ภาค เข้าสักการะวันละ 4 จังหวัด จังหวัดละ 750 คน โดยจะมีจ.กระบี่ จ.กำแพงเพชร จ.กาฬสินธุ์ และจ.กาญจนบุรี เดินทางเข้ามาเป็นจังหวัดแรกของแต่ละภาค

“การดำเนินการดังกล่าวเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อาจมีข้อจำกัด ไม่สามารถเดินทางมาเองได้ แต่ถ้าประชาชนที่สะดวกเดินทางมาเอง ก็สามารถมาได้ หากประชาชนที่เดินทางเป็นคณะอยากให้กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวก สามารถแจ้งความประสงค์กับทางผู้ว่าฯ ผมย้ำว่า ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิพี่น้องประชาชนที่จะเข้ามาถวายสักการะหน้าพระบรมศพ

ส่วนการคัดเลือกคนที่จะเดินทางมานั้น เราไม่ได้กำหนดคุณสมบัติ และขอชี้แจงกับผู้ว่าฯ นายอำเภอ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อย่าคัดเลือกแต่เฉพาะคนที่เป็นข้าราชการ หรือคนที่เป็นญาติพี่น้อง"

ระบุถวายสักการะหมื่นคนยืดหยุ่นได้

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.) กล่าวว่าตามแผนยังยึดหลักการเดิม แต่จะยืดหยุ่นในส่วนของผู้ที่เดินทางเข้ากราบบังคมพระบรมศพซึ่งจะปรับหน้างานอีกครั้ง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งการเดินทางคมนาคมจะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

เมื่อถามว่าสำหรับจำนวนประชาชนที่จะเปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ยังอยู่ที่จำนวน 10,000 คนต่อวันหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ถ้ายังมีตกค้างอยู่ก็จะใช้หลักในการยืดหยุ่น หากถือบัตรอยู่ที่ 10,000 คน ก็จะพยายามเข้าให้ตามกำหนด แม้เวลาอาจจะเลยไปบ้าง และถ้าเกิน 10,000 คนไปแล้ว แต่ยังมีเวลาเหลือก็จะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเพิ่มเติม ซึ่งเราจะยึดหลักให้ประชาชนเข้าไปได้มากที่สุด

ดังนั้นขอให้ประชาชนทยอยเดินทางมาเพราะยังมีเวลาอีกมาก ทั้งนี้เรื่องของบัตรคิว กอร.รส.จะเป็นผู้กำหนดซึ่งมีระบบอยู่แล้ว โดยศตส.จะมีการประชุมประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 30 ต.ค.นี้ ส่วนการปิดถนนโดยรอบสนามหลวงนั้น ยังไม่กำหนดเวลาที่แน่นอน แต่จะคำนึงถึงความสะดวกในการเข้า-ออกของรถของ ขสมก.โดยทั้งหมดจะดูที่หน้างานเป็นหลัก

ส่วนกรณีผู้สูงอายุที่ไม่สามารถใส่รองเท้าหุ้มส้นได้นั้น จะมีการอะลุ่มอล่วย และดูที่เจตนาเป็นหลัก รวมถึงการแต่งกาย ซึ่งรัฐบาลและสำนักพระราชวังยึดหลักเดียวกัน

ขอความร่วมมือนายจ้างเปิดทางร่วมพิธี

ขณะเดียวกันนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้มีหนังสือขอความร่วมมือถึงสถานประกอบการให้อนุญาตลูกจ้างลางานเป็นกรณีพิเศษ เพื่อไปร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพหรือร่วมพิธีทางศาสนาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ด้านกระทรวงมหาดไทย สรุปยอดการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ข้อมูล ณ วันที่ 28 ต.ค. มีประชาชนลงนามแสดงความไว้อาลัย ณ วันที่ 27 ต.ค. จำนวนทั้งสิ้น 262,901 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความไว้อาลัยตั้งแต่วันที่ 14-27 ต.ค. จำนวนทั้งสิ้น 4,053,960 ราย สำหรับกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กิจกรรมสวดอภิธรรม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 461,851 คน กิจกรรมทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วมจำนวน 116,053 คน และกิจกรรมอื่น ๆ จำนวน 72,541 คน