วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อัศวิน ยันเดินหน้ารื้อชุมชน 'ป้อมมหากาฬ'

“พล.ต.อ.อัศวิน” ยันเดินหน้ารื้อชุมชน “ป้อมมหากาฬ” ตั้งเป้าที่เหลืออีก 42 หลัง กทม.รายงานชง “พล.อ.ประวิตร” 2 พ.ย.นี้

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบชุมชนป้อมมหากาฬ ว่า จากนี้จะเดินหน้ารื้อถอนบ้านเรือนประชาชนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ที่ดิน 21 แปลงตกเป็นของกทม. เพื่อใช้เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยจุดประสงค์ของการพัฒนาพื้นที่คือการอนุรักษ์ป้อมมหากาฬ ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงป้อมได้ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมป้อม โดยทำสวนสาธารณะบางส่วน ส่วนบริเวณรอบๆ เกิดกิจกรรมต่างๆ ของสังคม อาทิ การเรียนรู้ พักผ่อนหย่อนใจ หรือการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ เป็นจุดสำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์

ขณะเดียวกันจะเก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ รวมทั้งอนุรักษ์บ้านไม้โบราณ 4 หลัง ใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มีการจัดกิจกรรมที่แสดงถึงวิถีการดำเนินชีวิตของคนพื้นที่รัตนโกสินทร์ในอดีต มีการบริหารอย่างยั่งยืน เพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ในอดีต ตลอดจนค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่โดยรอบป้อมมหากาฬและแนวกำแพง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป

ด้านนายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการกองจัดกรรมสิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.สามารถรื้อถอนบ้านเรือนได้แล้ว 19 หลัง ขณะนี้ เหลือบ้านเรือนที่ต้องรื้อย้ายอีกทั้งหมด 42 หลัง จากทั้งหมด 61 หลัง โดยขณะนี้ได้รับการประสานจากเจ้าของบ้านอีก 5 หลัง ที่มีความพร้อมจะรื้อถอนทันที หากรื้อถอนบ้านจำนวนดังกล่าวได้ จะเหลือบ้านเรือนที่ต้องรื้อย้ายอีก 37 หลัง

อย่างไรก็ตามในวันที่ 2 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคณะกรรมการ ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุม ซึ่งกองจัดกรรมสิทธิ์จะรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมให้รับทราบ ขณะเดียวกันจะมีการหารือการกำหนดวันที่จะเข้าไปดำเนินการขนย้ายด้วย เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ยังไม่เหมาะสม