รองผบ.ตร. ลงพื้นที่3จังหวัดใต้ ร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีวางระเบิด-วางเพลิงที่จังหวัดภูเก็ต
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อเร่งรัดคดีคนร้ายก่อความไม่สงบพื้นที่ภาคใต้ และติดตามผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมของตำรวจภูธรภาค 9 และ ศชต. โดยมี พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้บังคับการตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รายงานผลการปฎิบัติงานในพื้นที่
สำหรับตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสรุปผลการปฎิบัติงานระดมกวาดล้าง ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเพื่อจับกุมอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่วันที่ 10 – 19 ต.ค.2559 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมอาวุธปืน รวมทั้งสิ้น 32 กระบอก อาวุธปืนยาว M 16 จำนวน 2 กระบอก / กระสุน 5.56 มิล 20 นัด ปลอกกระสุน 13 นัด (อยู่ระหว่างส่งตรวจ สพฐ.) อาวุธปืนยาว M 4 จำนวน 1 กระบอก /กระสุน 5.56 มิล 18 นัด อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 8 กระบอก/ กระสุน 26 นัด อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 20 กระบอก/ กระสุน 108 นัด (อาวุธปืนขนาด .38/.45/ .357/ไทยประดิษฐ์) อาวุธปืนปากกา จำนวน 1 กระบอก
พื้นที่ ภ.จว.สงขลา รวม 12 กระบอก อาวุธปืนยาว M 16 จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนยาว M 4 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 8 กระบอก อาวุธปืนปากกา จำนวน 1 กระบอก พื้นที่ ภ.จว.สตูล รวม 4 กระบอก อาวุธปืนยาว ขนาด .22 จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 1 กระบอก พื้นที่ ภ.จว.ตรัง รวม 9 กระบอก อาวุธปืนยาว ขนาด .22 จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 6 กระบอก และพื้นที่ ภ.จว.พัทลุง รวม 7 กระบอก อาวุธปืนยาว ขนาด .22 จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 5 กระบอก
ในส่วนของศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันระดมกวาดล้าง ในห้วง 10-19 ต.ค.59 มีผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผ็ต้องหา พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ จับกุม 145 ราย ผู้ต้องหา 162 คน พร้อม ของกลางยาเสพติด ยาบ้า รวมจำนวน 4,305 เม็ด เฮโรอีน รวมจำนวน 20.85 กรัม กัญชา รวมจำนวน 47.57 กรัม น้ำกระท่อม รวมจำนวน 558.46 กก. ใบกระท่อมรวมจำนวน 1,020.29 กก. ยาแก้ไอ รวมจำนวน 71 ขวด ยาแก้ไอ (ชนิดเม็ด) รวมจำนวน 71 ขวด ยาไอซ์ รวมจำนวน 2.73 กรัม
ส่วนการจับกุมตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ในห้วง 10-19 ต.ค.59 มีการจับกุม 8 ราย ผู้ต้องหา 9 คน พร้อมของกลางอาวุธปืน ( 18 กระบอก ) และเครื่องกระสุนปืน ประกอบด้วย อาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 1 รวมจำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนลูกซอง รวมจำนวน 2 กระบอก อาวุธปืน 11 มม. รวมจำนวน 1 กระบอก อาวุธปืน 9 มม. รวมจำนวน 4 กระบอก อาวุธปืน .38 รวมจำนวน 2 กระบอก อาวุธปืน .380 รวมจำนวน 1 กระบอก อาวุธปืน .22 รวมจำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ รวมจำนวน 4 กระบอก กระสุนปืน 9 มม. รวมจำนวน 8 นัด กระสุนปืน .357 รวมจำนวน 1 นัด กระสุนปืน .38 รวมจำนวน 38 นัด กระสุนปืน .22 รวมจำนวน 4 นัด กระสุนปืนลูกซอง รวมจำนวน 16 นัด แม็กกาซีน รวมจำนวน 1 อัน ซองกระสุนปืนเอ็ม16 รวมจำนวน 1 ซอง รวมทั้งมีการจับกุมตามหมายจับคดีค้างเก่า ในห้วง 10-19 ต.ค.59 ภ.จว.นราธิวาส จับกุมตามหมายจับ 9 ราย ผู้ต้องหา 9 คน และจับกุมคดีลักทรัพย์ 1 คน
ส่วนคดีวิสามัญผู้ก่อเหตุรุนแรง เหตุเกิดที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.1 ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2559 เวลาประมาณ 14.40 น. จากการสืบสวนและขยายผลกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ทราบว่ามีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ บ.ทับหลวง ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค.59 เวลาประมาณ 14.40 น. เจ้าหน้าที่ นปพ.ร่วม จ.ปัตตานี, งานสืบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ, ฉก.สงขลา และ ฉก.ตชด.44 ได้ปิดล้อมบ้านไม่มีเลขที่ ม.1 บ.ทับหลวง ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา ขณะปิดล้อม พบผู้ก่อเหตุรุนแรง จำนวน 4 คน วิ่งหลบหนีออกทางหลังบ้านและได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 4 คน
คือ นายอับดุลวาฮับ ราตูยาแฮ อยู่บ้านเลขที่ 3/3 ม.6 ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา ผู้ก่อเหตุรุนแรง/หน.Regu มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงและลอบวางระเบิดปลัดจักตรา, ทหาร และตำรวจ ชุด EOD. เป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อปี 2558 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก จากนายอับดุลวาฮับฯ ผู้ตาย นายยาซะ สาและ อยู่บ้านเลขที่ 8/1 ม.2 ต.บางโกระ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้ก่อเหตุรุนแรง/ระดับปฏิบัติการ (มือปืน) มีหมายจับ จำนวน 3 หมาย เคยถูกจับกุม 3 ครั้ง
ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย.58 มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงร้านส้มตำในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 24 ก.ย.59 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืน ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก จากนายยาซะฯ ผู้ตาย นายรุสดี ปอสู อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.2 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้ก่อเหตุรุนแรง/มือระเบิด มีหมาย พ.ร.ก.ฯ จำนวน 1 หมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดจำนวนหลายเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก จากนายรุสดีฯ ผู้ตาย และนายฟัดลาน เสาะหมาน อยุ่บ้านเลขที่ 112/2 ม.4 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้ก่อเหตุรุนแรง/หน.Regu มีหมาย ป.วิ อาญา 4 หมาย, หมาย พ.ร.ก.ฯ 2 หมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดรถไฟ, เหตุยิงร้านส้มตำ เหตุยิงและวางระเบิดปั้มน้ำมัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก จากนายฟัดลานฯ ผู้ตาย
จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางเข้าร่วมสอบปากคำ นายมูฮำหมัด มูฮิ ตามหมายจับศาลทหารมทบ.41 ที่ จ.13/2559 ลง 29 ก.ย.59 และหมายจับที่ จ.15/2559 ลง 13 ต.ค.59 ในความผิดฐานร่วมกันมีหรือใช้วัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และเป็นอั้งยี่ ซึ่งเกิดเหตุที่ตลาดพาราไดซ์ และตลาดไชน่าทาวน์ ถ.ราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.59 ที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ควบคุมตัว นายมูฮำหมัด ไว้ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต่อมาวันที่ 19 ต.ค.59 ได้นำตัวมายื่นคำร้องขอปล่อยตัว ที่ศาลจังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหา และจับกุมตัวนายมูฮำหมัด ดำเนินคดี จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ





