วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

งัดม.44 สั่งควบรวมกองทุนมวย เข้ากองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ

"พล.อ.ประยุทธ์" งัดม.44 สั่งควบรวมกองทุนมวย เข้ากองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ลดภาระและซ้ําซ้อนด้านงบประมาณ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙) คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การส่งเสริม สนับสนุน และปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ เห็นชอบให้ควบรวมกองทุนส่งเสริม
กีฬาอาชีพและกองทุนกีฬามวย เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อลดภาระและความซ้ําซ้อนในด้านการงบประมาณ ในขณะเดียวกันก็สามารถบูรณาการ การส่งเสริม และสนับสนุนงานด้านกีฬาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดความเป็นเอกภาพและมีความต่อเนื่อง อันเป็นการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการปฏิรูปการกีฬาของประเทศ

ดังนั้น ในระหว่างที่ต้องรอกระบวนการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งต้องใช้เวลาในการดําเนินการอีกระยะหนึ่ง จําเป็นต้องอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๗) ของมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘
“(๗) ส่งเสริมและสนับสนุนกีฬามวยตามกฎหมายว่าด้วยกีฬามวย และกีฬาอาชีพตามกฎหมาย
ว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ”
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกหมวด ๔ กองทุนกีฬามวย มาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้โอนบรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน ภาระผูกพัน สิทธิ หน้าที่ รวมทั้งพนักงานและลูกจ้างของกองทุนกีฬามวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ไปเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ ให้สิทธิและหน้าที่ของ
พนักงานหรือลูกจ้างยังคงเป็นไปตามที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้าง
ข้อ ๓ ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ยกเลิกความในบทนิยามคําว่า “กองทุน” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
““กองทุน” หมายความว่า กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย”
(๒) ให้ยกเลิกความใน (๙) ของมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๙) ออกระเบียบกําหนดเงื่อนไขและมาตรการ และพิจารณาให้การคุ้มครอง ช่วยเหลือ
ส่งเสริม และสนับสนุนนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ สมาคมกีฬา
อาชีพและสโมสรกีฬาอาชีพ”

(๓) ให้ยกเลิก (๑๒) และ (๑๓) ของมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพพ.ศ. ๒๕๕๖
(๔) ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๖ ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทําหน้าท่ีเป็น สํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุมการศึกษา วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูล และกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์”
(๕) ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๙ สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ได้รับหนังสือสําคัญแสดงการจดแจ้ง
ตามมาตรา ๑๗ ที่ประสงค์จะขอรับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนจากกองทุน
ให้ยื่นคําขอต่อคณะกรรมการคุณสมบัติของผู้ยื่นคําขอ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคําขอ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด”
(๖) ให้ยกเลิกหมวด ๕ กองทุน มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓
มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และให้โอนบรรดาทรัพย์สิน หนี้สิน ภาระผูกพัน สิทธิ หน้าที่ รวมทั้งพนักงานและลูกจ้างของกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ไปเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ ให้สิทธิและหน้าที่ของพนักงานหรือลูกจ้างยังคงเป็นไปตามที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้าง
ข้อ ๔ ให้บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คําสั่ง หรือหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกีฬามวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ในส่วนที่เกี่ยวกับกองทุนกีฬามวย และของคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพและกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คําสั่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ กําหนด
ข้อ ๕ ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยดําเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไป ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ เรื่อง ความคืบหน้าและการดําเนินการเพิ่มเติม ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘
และคําสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสองเดือนนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ ๖ ในกรณีเห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้
ข้อ ๗ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ