"ดีเอสไอ" หอบสำนวนพร้อมผู้ต้องหาคดีแชร์ตู้คอนเทนเนอร์ 26 ราย ให้อัยการส่งฟ้องเป็นจำเลย ระบุฉ้อโกงประชาชนเสียหายกว่า 634 ล้าน
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้พ.ท.ประจวบ ปากคลอง เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 นำผู้ต้องหา จำนวน 26 ราย จากจำนวน 36 ราย ในคดีแชร์ตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมส่งสำนวน จำนวน 141 แฟ้ม ให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลยต่อศาลอาญา และขอให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43
คดีดังกล่าว สืบเนื่องจาก บริษัท เค.เอส.มารีน แอนด์กอฟเวอร์เนอร์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กับพวก ได้ชักชวนให้ประชาชนนำเงินมาร่วมลงทุนกับบริษัทฯ เพื่อนำตู้คอนเทนเนอร์ไปให้บุคคลอื่นเช่าอีกทอดหนึ่ง โดยบริษัทฯ จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนกับผู้ร่วมลงทุนในระยะเวลา 48 – 60 เดือน หรือ 4 – 5 ปี ตามสัญญา โดยมีแผนการตลาดดังนี้ แผนการตลาดที่ 1 ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทฯ ขนาดเล็ก ราคา 75,000 บาท ได้ค่าตอบแทน 7,000 บาท/เดือนแผนการตลาดที่ 2 ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทฯ ขนาดกลาง ราคา 95,000 บาท ได้ค่าตอบแทน 9,000 บาท/เดือน และแผนการตลาดที่ 3 ให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทฯ ขนาดใหญ่ ราคา 130,000 บาท ได้ค่าตอบแทน 13,000 บาท/เดือน
ส่วนผู้ที่แนะนำหรือชักชวนผู้อื่นให้มาลงทุนจะได้รับค่าตอบแทน 1,000 บาท/ตู้/เดือน หรือการประกันรายได้จำนวน 40,000 บาท จะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาท/เดือน ตลอดชีวิต กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินจำนวน 500,000 บาท โดยจะได้รับผลตอบแทนตามวันเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุน มีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตั้งแต่อัตราร้อยละ 112 – 113.53/ปี ในช่วงแรกพบว่ามีการจ่ายผลตอบแทนด้วยดีมาโดยตลอด แต่ภายหลังบริษัท อ้างว่าขาดสภาพคล่องทางการเงินและไม่จ่ายค่าตอบแทนให้กับสมาชิก มีผู้เสียหายจำนวน 2,529 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 634 ล้านบาท
ดีเอสไอได้รับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.58 และได้สอบสวนเสร็จ มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 36 ราย ในความผิดร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 12 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ประกอบมาตรา 83 และดำเนินการอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาไว้ ประมาณ 150 ล้านบาท และได้ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดและขอให้คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย และได้แจ้งปลัดกระทรวงการคลังเพื่อให้สั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ให้กู้ยืมเงินที่เป็นผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิดตามมาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และส่งให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กู้ยืมเงินเป็นบุคคลล้มละลาย ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 8 และมาตรา 10
ดีเอสไอขอฝากเตือนไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังในการชักชวนให้ลงทุนที่อ้างว่ามีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราที่สถาบันการเงินพึงจ่ายได้ ขอให้ตรวจสอบความเป็นมาของบริษัทก่อนว่ามีการจัดตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะหรือมีความมั่นคงในการดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานหรือไม่ อย่างไร ประกอบกับการลงทุนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่บุคคลใด ๆ สามารถสร้างรูปแบบให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ไม่อาจจับต้องหรือพิสูจน์ได้จริง รวมทั้งการให้ผลกำไรหรือปันผลที่มีอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น โดยส่วนใหญ่จะมีความสุ่มเสี่ยง เข้าข่ายการหลอกลวงให้ลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่




