"ศตส." เตรียมรับมือคลื่นประชาชนเดินทางร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ช่วงหยุดยาว พร้อมจัดระเบียบจราจรรอบพื้นที่
"ศตส." เตรียมรับมือคลื่นประชาชนเดินทางร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ช่วงหยุดยาวสุดสัปดาห์ พร้อมจัดระเบียบจราจรรอบพื้นที่ ด้านบขส.-รถไฟเตรียมเพิ่มรถ หลังประเมินประชาชนต่างจังหวัดเดินทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลจัดพื้นที่จอดรถส่วนบุคคลบริเวณสนามม้านางเลิ้ง-ใต้สะพานพระราม 8 พร้อมจัดจุดจอดรถ 4 มุมเมือง รับประชาชนจากต่างจังหวัด ด้านจราจรกลบางประกาศ 18 เส้นทางห้ามจอด 24 ชม.
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) กล่าวว่า ได้วางแผนแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ที่จะเดินทางเข้ามาถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ขสมก.จะจัดรถสาธารณะเพิ่มเพื่อให้บริการประชาชนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน และจัดพื้นที่จอดรถยนต์ส่วนบุคคลบริเวณลานจอดรถใต้สะพานพระราม 8 ถนนกำแพงเพชร 5 และ 6 รวมถึงพื้นที่จอดรถในสนามม้านางเลิ้ง
นอกจากนี้ ยังหารือถึงการเตรียมการสำหรับช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์หน้า ที่น่าจะมีประชาชนเดินทางมามากกว่าปกติจากที่มีประชาชนหมุนเวียนมาแสดงความอาลัยกว่า 2 แสนคนต่อวันอยู่แล้ว จึงได้มอบหมายให้ทุกฝ่ายไปทำแผนรองรับจัดการจราจรและการดูแลประชาชน
ทั้งนี้ จะจัดพื้นที่จอดรถใน 4 มุมเมือง คือประชาชนที่เดินทางมาจากภาคใต้สามารถจอดรถได้ที่พุทธมณฑลสาย 4 ภาคตะวันตกจอดได้ที่เซ็นทรัลเวสต์เกตภาคเหนือจอดได้ที่เมืองทองธานี ภาคตะวันออกจอดได้ที่แยกบางนาบริเวณพื้นที่ก่อสร้างบางกอกมอลล์
กำหนดจุดแจกอาหารแก้รถติด
ส่วนผู้ที่มีจิตอาสาจะนำน้ำ และเครื่องดื่มมาแจกจ่ายนั้น ขอความร่วมมือว่าให้ประสานจุดแจกจ่ายที่เหมาะสม 2 ช่องทางคือ 1.ติดต่อผ่านสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) หรือสายด่วน 1111 และ 2.กระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่โดยรอบ
อย่างไรก็ตาม พื้นที่โดยรอบสนามหลวงจะมีศูนย์อำนวยการร่วม 2 แห่ง คือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกทม.ที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยขอให้กองอำนวยการร่วม ทั้ง 2 แห่งพิจารณาจัดพื้นที่สำหรับผู้ที่ต้องการมาแจกจ่ายอาหารให้เรียบร้อย
ทอ.-ทร.จัดรถฟรีตั้งแต่ 17 ต.ค.
พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวว่าได้จัดกิจกรรมไว้ทุกข์ร่วมกับประชาชนทั้งประเทศ โดยจัดจุดตั้งถวายความอาลัยที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ และกองบินต่างๆ ทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนกิจกรรมของประชาชนเพื่อน้อมถวายความอาลัยรวมทั้งจัดรถรับส่งประชาชนฟรีตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 ต.ค. เริ่มเวลา 06.00-18.00 น. ตลอดเส้นทางสายพหลโยธินถึงสนามหลวง
ขณะที่พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งการให้กองทัพเรือจัดรถโดยสารขนาดใหญ่ปรับอากาศ6 คันมีเส้นทางการเดินรถ3 เส้นทาง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จปิ่นเกล้าฯ-สนามหลวง , พาต้าปิ่นเกล้า-สนามหลวง และนางเลิ้ง-สนามหลวง โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ 17 ต.ค.2559 เป็นต้นไปเวลา 09.00-20.00 น.
เส้นทางทางน้ำจัดเรือด่วนทางธุรการ รวม 2 ลำ เส้นทางการเดินเรือ ในเส้นทางสาทร-ท่าช้าง-สาทร รวม 2 เที่ยวช่วงเช้า 07.00 น.และ 08.00 น. และช่วงเย็น เส้นทาง ท่าช้าง-สาทร-ท่าช้าง รวม 2 เที่ยว โดยจะออกเรือเวลา 17.00 น. และ 18.00 น.เริ่มให้บริการตั้งแต่ 17 ต.ค.2559 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ประชาชนติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่กรมการขนส่งทหารเรือ ในเวลาราชการ 024 755 513 และนอกเวลาราชการ 024 755 797
“บก.จร.”แจ้งปิดถนน 8 เส้นทาง
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร แถลงถึงแผนการจัดการจราจรตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 16ต.ค.ว่าเพื่อให้ประชาชนเดินทางเข้าถวายความอาลัยได้อย่างสะดวก กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะปิดการจราจร 8 เส้นทาง
ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-แยกป้อมเผด็จดัสกร 2.ถนนสนามไชย ตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-วงเวียนรด. 3.ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-ท่าช้าง 4.ถนนหน้าพระธาตุตั้งแต่ประตูวิเศษไชยศรี-แยกตัดถนนพระจันทร์ 5.ถนนหับเผย 6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรี-แยกช้างโรงสี และ 8.ซอยสราญรมย์ โดยห้ามรถทุกชนิดผ่านตลอด 24 ชม.
รวมทั้งจะจัดระบบเดินรถทางเดียว 3 เส้นทางตลอด 24 ชม. ได้แก่ ถนนหน้าพระลานตั้งแต่แยกตัดถนนหน้าพระธาตุมุ่งหน้าท่าพระจันทร์ ถนนมหาราชจากแยกตัดถนนพระจันทร์มุ่งหน้าแยกตัดถนนท้ายวัง ถนนท้ายวังจากแยกตัดถนนมหาราชมุ่งหน้าวงเวียน รด. เพื่อระบายการจราจรออกถนนเจริญกรุง
ประกาศจุดห้ามจอด 18 เส้นทาง
นอกจากนี้ ออกประกาศห้ามจอดรถทุกชนิดตลอด 2 ฝั่ง ทั้ง 18 ถนน ดังนี้ ถนนราชดำเนินใน ถนนสนามไชย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ซอยสราญรมย์ ถนนเจริญกรุง ถนนพระพิพิธ ซอยเศรษฐการ ถนนเชตุพน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช (ข้างพระบรมมหาราชวัง) ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ) ถนนพระจันทร์ ซอยพระยาเพชร ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชินี และถนนพระอาทิตย์ ทั้งนี้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางมาบริเวณพระบรมมหาราชวังสามารถใช้รถสาธารณะและรถรับส่งที่จัดเตรียมไว้บริการตามจุดต่างๆ เพื่อความสะดวก
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า ประชาชนที่จะเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางมีทั้งหมด 37 สาย ที่ผ่านบริเวณสนามหลวง โดยจัดจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร 4 จุด 1.หน้าร้านสกายไฮ ถนนราชดำเนินกลาง 2.หน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง 3.บริเวณหน้าสำนักการท่องเที่ยวกทม.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 4.บริเวณวงเวียนรด.
ส่วนประชาชนที่เดินทางมาโดยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ มีรถชัตเทิลบัสบริการเพื่อรับ-ส่งมายังจุดเชื่อมต่อ ได้แก่ บริเวณสถานีหัวลำโพง สถานีขนส่งหมอชิต สถานีขนส่งสายใต้เก่า และสถานีขนส่งเอกมัยแต่ประชาชนที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจะไม่อนุญาตให้จอดโดยรอบพื้นที่จัดงาน
เจ้าหน้าที่ได้จัดจุดจอดรถ 4 มุมเมือง ได้แก่ ทิศเหนือ เมืองทองธานี จำนวน 5,000 คัน ถนนพุทธมณฑลสาย1 จำนวน 1,000 คัน พื้นที่ก่อสร้างห้างบางกอกมอลล์ แยกบางนา เซ็นทรัลพลาซาเวสต์เกต และสโมสรตำรวจ 450 คันประชาชนใช้บริการรถชัตเทิลบัสที่ขสมก.จัดไว้บริการเพื่อเดินทางเข้าบริเวณท้องสนามหลวง
อย่างไรก็ตาม การปรับแผนจราจรจะประเมินจำนวนประชาชนที่เดินทางมาถวายความอาลัย หากมีปริมาณมาก อาจต้องพิจารณาปิดถนนโดยรอบเพิ่มเติม
บขส.-รถไฟเพิ่มรถทุกเส้นทาง
พล.ต.อ.อำนาจอันอาตม์งาม รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่การบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)กล่าวว่า จากการประเมินปริมาณประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ต้องการเดินทางมาร่วมลงนามถวายความอาลัยยังมีปริมาณสูง ส่งผลให้ บขส.จึงยังคงมาตรการอำนวยความสะดวกจัดรถเสริมทุกเส้นทางเพิ่มขึ้น 25% จากเที่ยววิ่งปกติ เพื่อรองรับประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้นประมาณ 3.88 แสนคนต่อวัน
เส้นทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารจากปกติ 6,833 เที่ยววิ่ง เพิ่มขึ้น 1,711 เที่ยววิ่ง รวม 8,544 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ 191,367 คน
ขณะที่ เส้นทางภาคตะวันออกที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย) ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารจากปกติ2,237เที่ยววิ่ง เพิ่ม 560 เที่ยววิ่ง รวม 2,797 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ 52,667 คน ส่วนเส้นทางภาคใต้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ถนนบรมราชชนนี) ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสารจากปกติ 3,850 เที่ยววิ่ง เพิ่ม 962 เที่ยววิ่ง รวม 4,812 เที่ยววิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ 94,439 คน
ในเบื้องต้นมาตรการดังกล่าวจะมีกำหนดจัดใช้จนถึงวันที่ 28 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยหากพบว่าหลังจากนั้นประชาชนมีปริมาณการเดินทางเพิ่มขึ้น บขส.จะประเมินสถานการณ์เพิ่มปริมาณเที่ยววิ่งอีก
ด้านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 16-19 ต.ค. ที่ผ่านมา รฟม. ได้เพิ่มขบวนรถไฟฟ้าในช่วงเร่งด่วนหรือมีผู้โดยสารจำนวนมากจาก 16 ขบวน เป็น 19 ขบวน เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พบว่า ยังใช้มาตรการเดิมในการรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มตู้โดยสารและรถขบวนเสริมพิเศษครอบคลุมเส้นทางทั้งระยะไกลและระยะสั้น จำนวน 18 ขบวน จากเดิมจำนวน 132 ขบวน เป็นจำนวน 150 ขบวน เพื่อขยายการรองรับการเดินทางของประชาชนเพิ่มขึ้นจากปกติอีกไม่ต่ำกว่า 1.5-2 หมื่นคนต่อวัน





