วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค้านกำหนด 'เครื่องเอ็กซเรย์ฟัน' อยู่ใต้พรบ.นิวเคลียร์ฯ

ทันตแพทย์ค้านกำหนดเครื่องเอ็กซเรย์ฟันอยู่ใต้พรบ.นิวเคลียร์ฯ ยื่นสธ.ประสานวท.ออกกฎกระทรวงเป็นข้อยกเว้น

จากกรณีที่ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันต กรรม จะต้องมีใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีและผู้ใช้งานจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านรังสี ส่งผลให้ทันตแพทย์มีความกังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อคลินิกทันตกรรมทั่วประเทศ เนื่องจากทันตแพทย์มีการฝึกอบรมเรื่องนี้มาก่อนอยู่แล้ว อาจเป็นการซ้ำซ้อนนั้น

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชมรมทันตแพทย์อาสา ประกอบด้วยทันตแพทย์ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ประมาณ 50 กว่าคน เดินทางมายื่นหนังสือต่อ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) และ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. กรณีได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.พ. 2560 ซึ่งกำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอกซเรย์ทางทันตกรรม จะต้องมีใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสี และผู้ใช้งานจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านรังสี โดยมีนพ.กิตติศักดิ์ กลับดี เลขานุการ รมว.สธ. และปลัด สธ.เป็นผู้รับหนังสือ

ทพ.สมชัย สุขสุธรรมวงศ์ ตัวแทนชมรมทันตแพทย์อาสา กล่าวว่า การยื่นหนังสือในวันนี้เพื่อขอให้ สธ.มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจความปลอดภัยเครื่องเอกซเรย์ในคลินิกทันตกรรมอยู่แล้ว ประสานกับทันตแพทยสภาและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ให้ผ่อนคลายในเรื่องนี้ โดยให้มีการกำหนดในกฎกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯที่จะออกตามพรบ.นี้ ระบุให้ยกเว้นเครื่องเอ็กซเรย์ฟันไม่อยู่ภายใต้การบังคับของพรบ.พลังงานนิวเคลียร์ฯ นอกจากนี้ ขอให้ประสานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ในการแก้ไขกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยยาและเวชภัณฑ์หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล พ.ศ.2558 ภายใต้ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ที่บังคับให้คลินิกทันตกรรมทุกแห่งต้องมีเครื่องเอกซเรย์ฟันด้วย เพราะบางคลินิกทันตกรรมก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ หากให้บริการเพียงแค่ขูดหินปูน อุดฟัน เป็นต้น ซึ่งเมื่อก่อนก็ไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องมี

ทพ.สมชัย กล่าวด้วยว่า การผลักดันให้ออกกฎกระทรวง ภายใต้ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์ฯ เพื่อยกเว้นเครื่องเอกซเรย์ฟัน ซึ่งตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์ฯ ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า เครื่องกำเนิดรังสีใดที่ไม่เป็นอันตรายก็ให้ยกเว้นได้ ซึ่งเท่าที่ทันตแพทย์ เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยใช้เครื่องเอกซเรย์ฟันไม่เคยมีใครได้รับอันตรายหรือผลกระทบ และทันตแพทย์ไม่ได้ใช้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอกซเรย์ฟันในการรักษา แต่ใช้ในการตรวจเพื่อประกอบการวินิจฉัย ซึ่งไม่ได้จำเป็นต้องใช้ในผู้ป่วยทุกราย แต่ที่ผ่านมามีการออกกฎกระทรวงว่าด้วยชนิดและจำนวนเครื่องมือฯ กำหนดว่า เครื่องเอกซเรย์ฟันเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่คลินิกทันตกรรมทุกแห่งต้องมี และหากต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านรังสี (RSO) ตามที่ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์ฯ กำหนดอีก ก็ต้องจ้างคนเพิ่มมาทำหน้าที่ ทั้งที่คลินิกทันตกรรมเล็กๆ ที่เน้นเรื่องงานส่งเสริมป้องกันอย่างการขูดหินปูน อุดฟัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องเอกซเรย์ฟันอยู่แล้ว

 “พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์ฯ เป็นกฎหมายที่มีเจตนาดีในการดูแลอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ รังสีต่างๆ ที่อันตราย โดยเฉพาะในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเราก็สนับสนุน แต่ขอให้ยกเว้นเครื่องเอกซเรย์ฟัน เพราะไม่มีอันตรายใดๆ ซึ่งการพิจารณาว่าอันตรายหรือไม่ ไม่อยากให้มองว่าเครื่องเอกซเรย์ฟันมีปริมาณรังสีเท่าไร แต่ต้องพิจารณาถึงตอนใช้ เพราะเมื่อเวลาใช้ก็ใช้เวลาเพียง 0.2 วินาทีในการฉายรังสีเท่านั้น และไม่ได้ฉายมากมายหลายครั้ง เมื่อใช้เสร็จก็ปิด ไม่ได้แผ่รังสีออกมาตลอดเวลา แม้แต่ทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่รังสียังไม่ได้รับอันตรายเลย ไม่เหมือนกับเครื่องเอกซเรย์กระเป๋าที่เปิดตลอดเวลาเกือบทั้งวัน”ทพ.สมชัยกล่าว

ด้าน นพ.โสภณ กล่าวว่า จะรับเรื่องนี้ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ สบส. พิจารณาดำเนินการ รวมทั้งจะประสานหารือกับ วท.เพื่อพิจารณาว่าจะมีการแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ สธ.และกลุ่มกฎหมายไปพิจารณาว่าในส่วนของ สธ.จะมีส่วนไหนกระทบจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้หรือไม่ ทั้งนี้ รพ.ชุมชนที่สังกัด สธ.ไม่ได้มีนักรังสีและเจ้าหน้าที่รังสีครบทุกแห่ง โดย 400 แห่ง จะมีเจ้าหน้าที่รังสี แต่ไม่มีนักรังสีที่จบปริญญาตรี ซึ่งสภาวิชาชีพรังสีเทคนิคก็ได้เสนอให้มีนักรังสีใน รพ.ชุมชนด้วย ซึ่งก็จะเร่งพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป