“ราเมศ” เรียกร้องรัฐบาลจัดการคนเอี่ยว “โกงจำนำข้าว” ชี้หลายคนยังไม่ถูกดำเนินการ แนะดูแลความปลอดภัยให้ “องค์กร” พิจารณาตัดสิน
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้กับเรื่องทุจริตมาโดยตลอด การเลือกตั้งในทุกครั้งที่ผ่านมาการทำหน้าที่แล้วแต่ว่าประชาชนจะมอบหมาย เป็นได้หมดทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ครั้งที่ผ่านมาเป็นฝ่ายค้านก็ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตรวจสอบทั้งการร่างกฎหมายที่เอื้อให้กับพวกพ้อง การใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดินโครงการรับจำนำข้าวเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้มีการกล่าวหาว่ามีการทุจริต ซึ่งพรรคได้ตรวจสอบ และขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และในขั้นตอนของการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ก็ต้องให้ความเคารพศาลจะไม่ขอพูดในรายละเอียดของคดีแต่มีประเด็นสำคัญที่ยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวอีกหลายคนที่ยังไม่ดำเนินการ
ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช ) คณะอนุกรรมการระบายข้าว ซึ่งคณะรัฐมนตรีควรต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะว่าเมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ถูกดำเนินคดีทั้งในทางอาญาและในทางแพ่ง แล้ว เหตุใดถึงไม่ดำเนินคดีกับบุคคลที่ร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี ทั้งที่มีหน้าที่เช่นเดียวกันในการที่จะทักท้วงให้ระงับยั้บยั้งได้
เช่นเดียวกับคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการระบายข้าว ที่มีหน้าที่หลักโดยชัดเจน ในการดำเนินการ ติดตามกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบาย มาตรการ และโครงการที่อนุมัติ พิจารณากำหนดแนวทางแก้ปัญหาและกำกับดูแลการรับจำนำของรัฐบาล เมื่อมีหลายฝ่ายได้ท้วงติงแล้วแต่ทั้งคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือคณะอนุกรรมการระบายข้าว ไม่ได้มีปฏิบัติหน้าที่ท้วงติง ช่วยระงับเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติก็ควรที่จะต้องมีการไต่สวนเพิ่มเติมเพื่อให้มีการดำเนินการทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งต่อไป
ส่วนกรณีข้าราชการที่ได้กระทำการตามหน้า ที่หากไม่ได้เอื้อหรือร่วมในการทุจริตก็ควรที่จะกันมาเป็นพยาน เพื่อให้ความจริงได้กระจ่างชัด จึงขอเรียกร้องให้ รัฐบาลได้ดำเนินการตามกระบวนการในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าวต่อไป รวมทั้งความปลอดภัยขององค์กรต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นองค์กรอัยการตุลาการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคสช.และรัฐบาล ควรศึกษาข้อเท็จจริงที่ผ่านมาว่ากลุ่มคนบางกลุ่มก็จะมี การข่มขู่ คุกคาม กดดันองค์กรต่าง ๆ ที่จะมาพิจารณาตัดสิน แล้วก็ประสบผลสำเร็จ ฉะนั้นขณะนี้รัฐบาลควรไปดูเรื่องความปลอดภัยให้กับองค์กรต่าง ๆ ให้อุ่นใจว่ามีหน่วยงานต่าง ๆ คอยดูแลช่วยเหลือในเรื่องความปลอดภัยว่าเขาไม่ได้ต่อสู้อย่างลำพัง





