กทม.ตรวจแผนป้องกันน้ำท่วมฝั่งธนฯ สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หลังอุตุฯ เตือนเสี่ยงฝนหนักวันนี้
นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) ลงพื้นที่ตรวจการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนย่านฝั่งธนบุรี บริเวณถนนฉิมพลี ถนนทุ่งมังกร และบริเวณหน้าศาลตลิ่งชัน ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีฝนตกหนักในวันนี้ (8 ต.ค.) โดยมีนายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นางสาวพรทิพย์ วัชรินทร์ดิลก ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชันและคณะผู้บริหารพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่
นายภัทรุตม์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่บริเวณถนนฉิมพลี ถนนทุ่งมังกร และบริเวณหน้าศาลตลิ่งชัน เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และมักเกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย เมื่อเกิดฝนตกหนัก ซึ่งปัจจุบันสำนักการระบายน้ำได้พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยดำเนินการก่อสร้างบ่อสูบน้ำ การวางท่อระบายน้ำ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมทั้งการยกระดับพื้นถนนให้สูงขึ้น จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้ นอกจากนี้สำนักงานเขตตลิ่งชัน ได้เตรียมพร้อมทั้งกำลังคนและอุปกรณ์ต่างๆ และรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จึงขอขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ทุ่มเทเสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาวกรุงเทพฯ
จากนั้นเวลา 11.30 น. รองปลัดกทม. และคณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ได้ตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองบางกอกน้อย บริเวณชุมชนสันติชนสงเคราะห์ เขตบางกอกน้อย ซึ่งชุมชนดังกล่าวเดิมใช้ทางเดินในชุมชนเป็นแนวป้องกันน้ำท่วม ทำให้ประชาชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงระหว่างเดือนต.ค.-ธ.ค.เป็นประจำทุกปี ซึ่งกทม.ได้ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมใยเหล็ก(ค.ส.ล.) และแนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองบางกอกน้อย ช่วงสะพานอรุณอมรินทร์ถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ โดยสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับประชาชนได้ 213 หลังคาเรือน
ปัจจุบันกทม.ได้ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองบางกอกน้อย ช่วงสะพานอรุณอมรินทร์ถึงคลองคราม ความยาว 385 เมตรแล้วเสร็จเมื่อเดือน มี.ค.2557 สามารถแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนได้ 84 หลังคาเรือน ส่วนช่วงคลองครามถึงคลองน้ำตาล ความยาว 315 เมตร แล้วเสร็จเมื่อเดือน เม.ย.2558 สามารถแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนได้ 77 หลังคาเรือน ริมคลองบางกอกน้อยบริเวณปากคลองน้ำตาล ความยาว 65 เมตร แล้วเสร็จเมื่อเดือน มี.ค.2558 และช่วงคลองน้ำตาลถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ความยาว 530 เมตร ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 56 เปอร์เซ็นต์ เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถแก้ปัญหาช่วยเหลือได้ 52 หลังคาเรือน





