"บิ๊กตู่" วอนอย่ามองการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อทำร้ายคน แจงกฎอาเซียนไม่ให้ใครใช้ประเทศเราเคลื่อนไหวต้านประเทศอื่น พร้อมขอโทษที่ชอบหงุดหงิด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวช่วงหนึ่งในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า การบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายปกติ และกฎหมายพิเศษอะไรก็ตาม อย่ามองว่าตนอยากจะบังคับผู้คนหรืออยากจะมีอำนาจในการใช้กฎหมายไปทำร้ายคนหรือไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ตนก็รับฟังหลักการของโลก แต่ต้องมาปรับให้มันสอดคล้องกับประเทศของเราด้วย วันนี้อยากให้ประชาชนทุกคนคำนึงถึงบ้านเมืองกันด้วย ว่าเราอยู่ในสถานการณ์ใด ความขัดแย้งยังมีอยู่หรือไม่ มีผู้มีเจตนาไม่บริสุทธ์อยู่หรือไม่ ขณะเดียวกัน มีคนที่หวังดีอยากให้บ้านเมืองสงบสุข อยากให้มีการปฏิรูปอยากให้ ตนทำงานมีจำนวนอีกเท่าไร ไม่อย่างนั้น 2 พวกนี้ตีกันทั้งคู่ ตนก็ขอบคุณทั้งคู่ที่สงบสุขกันไปได้เยอะแล้ว อย่าเกิดขึ้นอีกเลย ขอบคุณทั้ง 2 ฝ่ายนะ
“ รัฐบาลและ คสช. ไม่ต้องการให้เกิดปัญหา ความวุ่นวานเกิดขึ้นอีก เราก็จะฟื้นฟูประเทศไม่ได้ ปฏิรูปประเทศไม่ได้ กรณีหากมีการเคลื่อนไหวของชาวต่างประเทศคนใดในประเทศไทยในการที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศอื่นๆ เขา มันเป็นหลักการของอาเซียน ว่าเราจะไม่ให้ดินแดนของประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียนเป็นที่เคลื่อนไหวของการต่อต้านประเทศอื่น ในประเทศของเรา ของพวกเราอันนี้คือหลักการสำคัญขอให้เข้าใจ ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอะไร หรือกลัวว่าเขาจะมาพูดอะไรให้เสียหายวันนี้มันเสียหายไม่พอหรือไง ประเทศเราก็พอแล้วคนของเราก็พูดกันเพียงพอแล้ว เอาคนอื่นมาพูดอีกแล้วก็ว่าประเทศอื่นเขาไปอีกยิ่งไปกันใหญ่ ไอ้ความหน้าเชื่อถือของเราก็หมดไปผมก็ต้องยอมรับความเสี่ยงอันนี้เอง ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนในฐานะนายกฯ ก็ขอโทษประชาชนทุกคน อาจจะหงุดหงิดอยู่บ้างอะไรบ้าง สังคมอาจจะไม่ชอบตนก็ไม่อยากจะแก้ตัว แต่ขอชี้แจ้งว่าไม่มีเจตนาจะปิดบัง เพราะหัวใจตนมีแต่ทำงานทุกวัน เพราะฉะนั้น เมื่อมีเรื่องราวอะไรเข้ามา ตนก็ต้องให้หน่วยงานเขาตรวจสอบ ที่นี้พอเร่งรัดมากๆให้ตนตอบ ตนตอบไม่ได้เพราะว่ามันยังไม่ได้ตรวจสอบ ไม่มีข้อเท็จจริงแล้วท่านก็จะถามผมตลอดเวลา ถามแทบจะรายชั่วโมง แต่ยังไงท่านก็ไม่ผิด ตนผิดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย ทั้งในสื่อโซเชียล เมื่อวิเคราะห์ความจริงออกมาแล้ว ตรวจสอบแล้วมันไม่พบก็กรุณาชี้แจงให้เขาด้วย ให้ความเป็นธรรมเขาด้วย อย่าไปเรียกร้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่ทำความผิดมากนักเลย ถ้าไม่ผิดมันก็ไม่มีเรื่อง คำว่ามีเรื่องในกระบวนการยุติธรรมก็คือเข้ากระบวนการยุติธรรมอย่างไร แต่ถ้าพูดกันไปพูดกันมามันยังไม่เข้าก็คือไม่เข้า ถ้าเขาเข้าแล้วตรวจสอบแล้วมันก็จบ
เรื่องดีๆ หลายเรื่องเกิดขึ้น ลืมหมดแล้วหรือยัง วันนี้บ้านเมืองสงบสุขก็เพราะว่าทุกคนพอใจยังไง วันนี้เราจะเริ่มขัดแย้งกันอีกแล้วอย่าเลย แยกกันให้ออก อย่ายึดไปโยงมาประชาชนเขาสับสน ช่วยกันคิดดู หลายๆคดีไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม ทั้งที่เป็นคนไทยทั้งคู่นั้นแหละ พอผลตรวจสอบออกมาก็ไม่เชื่อไม่ยอมรับไม่เป็นธรรม แต่พอเวลาพวกเดียวกันคดีที่เห็นชัดว่ามันผิดๆแล้วมันหลุดทำไมไม่บ่น มันก็สถานเดียวกันนั้นแหละ ให้ความเป็นธรรมกับเขาบ้างเจ้าหน้าที่จะได้สบายใจ ผมยังไม่เคยไปกล่าวหากระบวนการยุติธรรมเลย เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องว่างตัวให้เหมาะสม เพราะหลายคนก็เป็นข้าราชการ เพราะฉะนั้นกฎหมายของกระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความเป็นธรรม
“คำว่าเป็นธรรมไม่ใช่บอกว่าตนเป็นนายกฯ มีอำนาจมากกว่าแล้วตนไม่ผิดมันคงไม่ใช่ อันไหนตรวจสอบได้ก็ตรวจสอบไป พิจารณากันด้วยพยาน หลักฐาน วันนี้เราชอบใช้ความรู้สึกมาก่อนใครเขียนก่อนเชื่อก่อน ใครพูดก่อนเชื่อก่อน” นายกฯกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า นี้แหละสิ่งดีๆ หายไปมากมาย ทุกคนหลายคนก็ไม่กล้าที่จะทำ ก็เพียงแต่ว่าชี้แจงหน่อยได้ไหมเรื่องนี้มันเป็นอย่างไรมันถูกผิดตรงไหนถ้าไม่พอใจก็ไปเข้ากระบวนการยุติธรรม มันก็แค่นี้แหละ มันก็จบทุกเรื่องผมก็ไม่ต้องมาตอบคำถามท่านทุกวันอยู่แล้วให้มันเหน็จเหนื่อยทำไม ไม่อยากให้ประโคมข่าวกันไปกันมาก่อนเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่งั้นมันทำไม่ได้ต้องช่วยกันแก้ไข ฟังเหตุฟังผลอย่าขยายความไปเร็วนัก แล้วตัดสินออกมาไม่ยอมรับอีก จะอยู่กันอย่างไรล่ะครับกฎกติกาบ้านเมืองอยู่ตรงไหน หลายอย่างข้าราชการก็มีความผิดของเขาผิดทางวินัยก็มีก็แค่นั้น ผิดวินัยเขาเรียกว่า พากทัณฑ์ จับขัง จำขัง ไล่ออก ปลดออก เขามีตั้งหลายอย่างแต่ละคดีก็มีผิดมากผิดน้อยไม่ใช่ เหมาทั้งหมดผิดก็ผิดรวดเลย มันก็ไม่ใช่อีกนะ ตนพูดด้วยข้อกฎหมายไม่ได้แก้ตัวอะไรทั้งสิน เพราะผมก็อยู่ในกระบวนการนี้ด้วย บางอย่างอาจจะไม่เหมาะสม บางอย่างอาจจะผิดร้ายแรง บางอย่างผิดอาญา ผิดแพ่ง ก็ไปฟ้องกันมาในกระบวนการ มันก็บ้านเมืองไม่วุ่นวายก็ขอให้เคารพกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอถือโอกาสนี้ ขอโทษ สื่อ สังคม ประชาชน ด้วยนะครับ กับการแสดงออกของผมที่ไม่เหมาะสมในบางเวลาต่อไปผมจะพยายามระมัดระวังตัวให้มากที่สุด
“ให้สื่อมวลชนไปติดตามข่าวเอาเองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่งั้นท่านไม่ฟังคนอื่นเลย ท่านก็มาฟังจากผม พอผมโมโหอารมณ์เสียมันก็กลายเป็นว่าผมมาลงกับท่านอีก ผมบอกให้ท่านไปถามคนอื่นเขาที่เขาเกี่ยวข้อง ผมก็ตอบแบบหลักการเท่านั้นเอง ผมจะพูดในเชิงนโยบาย ผลงาน ปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะผมไม่ได้ทำคนเดียว ทุกคนก็ทำด้วย รักผมก็ต้องรักคนอื่น ถ้าเกลียดผมก็รักคนอื่นเกลียดผมคนเดียวไม่เป็นไร” นายกฯ กล่าว





