"ป.ป.ช." แนะ "กลาโหม" ออกระเบียบบรรจุเครือญาติเข้ารับราชการให้รัดกุม หลังตีตกปม "บิ๊กติ๊ก" ตั้งลูกชายเป็นทหาร แจงพร้อมเปิดข้อมูลสอบราชภักดิ์
นายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรับชั้น ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ขอการใช้สิทธิตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้เปิดเผยเกี่ยวกับรายงานการแสวงหาข้อเท็จริงและพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ ไม่รับเรื่องกล่าวหาการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ไว้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริง และกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตีตกข้อกล่าวหาร้องเรียน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม กรณีบรรจุ นายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา (บุตรชาย) เป็นนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน สังกัดกองทัพภาคที่ 3 โดยมิชอบ ว่า ทางป.ป.ช.ได้มีหนังสือแจ้งไปที่นายวีระแล้วถึงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมายตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 13 (3) เรื่องเกี่ยวกับการตั้งคนในครอบครัวเข้ารับราชการซึ่งในรายละเอียดของเรื่องกรรมการป.ป.ช.เห็นว่า กระทรวงกลาโหมควรออกระเบียบให้มีความรัดกุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวีระสามารถใช้พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ขอข้อมูลจากป.ป.ช.ในกรณีดังกล่าวและกรณีอุทยานราชภักดิ์ ได้หรือไม่ รองเลขาฯป.ป.ช. กล่าวว่า หากขอมาก.ป.ช.ต้องสรุปเรื่องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาก่อน ซึ่งมาตรา 14 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารมีเรื่องที่ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่ต้องดูว่าเมื่อเปิดเผยแล้วจะเกิดความเสียหายหรือไม่ และหากข้อมูลใดสามารถเปิดเผยได้ทาง.ป.ช.ก็ยินดีที่จะเปิดเผย ป.ป.ช.ไม่เคยขัดข้อง
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกรณีที่ป.ป.ช.ถูกวิจารณ์ว่าทำคดีของเพื่อไทยแต่ฝ่ายเดียว นายยงยุทธ กล่าวว่า ป.ป.ช.ตรงไปตรงมา และเมื่อครั้งที่มีทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ป.ป.ช.ก็ไม่เคยแบ่งแยก เมื่อมีข้อกล่าวหาเข้ามาไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม หากมีการกระทำการทุจริตหรือผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ป.ป.ช.ก็ไม่เคยละเว้น ไม่เคยดูว่าอยู่ฝ่ายไหน ดูเพียงข้อกฎหมาย ดูว่าก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ป.ป.ช.ดำเนินการกับทุกฝ่ายเหมือนกันหมด ไม่ได้เลือกปฏิบัติ “ถ้าถามถึงความรู้สึก ผมจึงไม่มีความรู้สึก รับราชการมา 37 ปีแล้ว ถ้าทำผิดป.ป.ช.เอาหมด”





