ปลัด ศธ.วาง 4 แนวทางขับเคลื่อนการศึกษาเอกชน เล็งปรับเงินรายหัวและเงินเดือนครู ตั้งเป้าเห็นผลงานในระยะ 3-6 เดือน
ที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษาทั่วประเทศ ตอนหนึ่ง ว่า จะดูแลงานของหน่วยงานใน สป. ศธ.ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) โดยทำงานร่วมกับเลขาธิการทั้ง 3 หน่วยงาน และแบ่งงานเชิงนโยบายของ ศธ. 26 เรื่องให้รองปลัด ศธ.ทั้ง 3 คนดูแลรับผิดชอบและติดตามงาน
สำหรับการศึกษาเอกชนนั้น ตนตั้งเป้าจะขับเคลื่อนงานให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงภายในระยะ 3 เดือนและระยะ 6 เดือน มี 4 เรื่องดังนี้ 1.ดูแลโรงเรียนเอกชนขนาดเล็ก ซึ่งจากข้อมูล พบว่ามีโรงเรียนเอกชนจำนวนมากที่มีนักเรียนน้อย และต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเยอะ ซึ่ง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายว่าไม่ให้โรงเรียนต้องปิดตัวลง 2.ส่งเสริมให้โรงเรียนเอกชนแต่ละแห่งดึงจุดเด่นของโรงเรียนตนเองออกมา เช่น เก่งด้านภาษาอังกฤษ วิชาการ กีฬา และดนตรี เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าส่งลูกมาเรียนจะมีความเก่งในการบริหาร
ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า 3.การลดรายจ่ายของสถานศึกษาเอกชน ซึ่งขณะนี้ผู้บริหารโรงเรียนต้องเจอศึกหนักและแบกรับภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะโรงเรียนในเขตเมือง ซึ่งโรงเรียนบางแห่งเงินบำรุงการศึกษาที่เก็บจากเด็กได้ยังไม่พอนำมาจ่ายเป็นค่าภาษีฯ ทำให้โรงเรียนไม่มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ขณะที่รัฐบาลก็อยากให้โรงเรียนเอกชนเข้ามาแบ่งเบาภาระในการจัดการศึกษาของรัฐ ซึ่งตนขอให้สมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สกช.) ตั้งคณะทำงาน 4-5 คนมาศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่ทำให้โรงเรียนเอกชนอยู่ได้ มาเสนอตนเพื่อนำเสนอต่อ รมว.ศึกษาธิการ
และ4.การเพิ่มรายได้ให้แก่สถานศึกษาเอกชน โดยดำเนินการใน 2 ส่วนคือ เพิ่มนักเรียนโดยจัดทำสคูลแมปปิง แบ่งสัดส่วนการรับนักเรียนระหว่างโรงเรียนรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหลักสูตรการคำนวณเงินอุดหนุนรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่
“การอุดหนุนโรงเรียนเอกชนจะมี 2 ส่วนคือ การอุดหนุนรายหัวนักเรียนเป็นรายบุคคล และการอุดหนุนเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งขณะนี้ในส่วนของอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังคำนวณตัวเลขที่เหมาะสม ส่วนการอุดหนุนเงินเดือนครูก็ต้องมีการปรับเพิ่ม เบื้องต้น ตนผมชี้แจงแล้วว่าจำเป็นต้องปรับเพิ่มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจะไม่เป็นภาระงบประมาณของภาครัฐมากนัก เพราะอนาคตประชากรลดลงจำนวนเด็กนักเรียนจะต้องลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกันผมจะเดินหน้าเรื่องงานวิชาการเพื่อส่งผลให้เห็นถึงคุณภาพของเด็กไทยให้ได้”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว




