กลุ่ม40อดีตส.ส.เพื่อไทย กระทุ้ง "ป.ป.ช." ทบทวนมติตั้งอนุไต่สวน ปมเสนอร่างพรบ.นิรโทษ ย้ำเป็นสิทธิส.ส. ฮึ่มถ้ายังเดินหน้า จ่อฟ้องแพ่ง-อาญา
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อดีต 40 ส.ส. พรรคเพื่อไทย นำโดยนายสามารถ แก้วมีชัย, นายวรชัย เหมะ, นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นายสมคิด เชื้อคง เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่าน พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณี ส.ส.เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ซึ่งวันนี้ถือเป็นการยื่นหนังสือครั้งที่ 2 เพื่อติดตามทวงถามในเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปตรวจสอบการเสนอกฎหมายของ ส.ส.ได้ ไม่ว่าในกรณีใด เพราะถือเป็นสิทธิเด็ดขาดของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่จะพิจารณากฏหมายดังกล่าว และไม่มีกฏหมายกำหนดให้อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบกระบวนการเสนอและพิจารณาร่างกฏหมายดังกล่าว
นายสามารถ กล่าวว่า อยากให้ ป.ป.ช.ได้ทบทวนถึงอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. เพราะการที่ ป.ป.ช.ตั้ง อนุกรรมการไต่สวนฯในเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อหลักการในการทำงานของ ส.ส. ซึ่งการเสนอกฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งการทำกฎหมายใดๆมีขั้นตอน กระบวนการถ่วงดุลโดยวุฒิสภาอยู่แล้ว และมีการตรวจสอบจากองค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
ดังนั้น การเสนอร่างกฎหมายของอดีต 40 ส.ส.จึงไม่มีความผิดอะไร แต่หาก ป.ป.ช. ดำเนินการก็จะกลายเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งจะทำให้หลังจากนี้ ส.ส. - ครม. หรือประชาชนทั่วไปจะเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมายก็จะต้องผ่านการตรวจสอบจาก ป.ป.ช.ก่อนหรือไม่
อย่างไรก็ตามเราเป็นห่วงหลักการบ้านเมืองจะเสียหาย จึงขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนมติในเรื่องดังกล่าว แต่หาก ป.ป.ช.ยืนยันตามมติเดิม เราก็จะต้องฟ้องร้องเอาผิดกับ กรรมการ ป.ป.ช. ทั้งทางแพ่งและทางอาญา นอกจากนั้นยังเห็นว่าในช่วง 2-3 วันมานี้ มีหลายเรื่องที่ ป.ป.ช.สมควรเข้าไปตรวจสอบมากกว่า




