วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ส่วนหน้า... ชมรม ขรก.เกษียณ?

วานนี้(3 ต.ค.) น่าจะเข้า ครม.แน่นอน สำหรับรายชื่อ “ครม.ส่วนหน้า” หรือ “คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล” เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาชายแดนใต้

“ทีมล่าความจริง” ได้เปิดรายชื่อไปก่อนหน้านี้แล้วว่ามี 13 คน นำทีมโดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นหัวหน้า และมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นรองหัวหน้า

น่าสังเกตว่า องค์ประกอบของ “ครม.ส่วนหน้า” ในระดับหัว เป็นอดีตนายทหารระดับสูงซึ่งเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 14 ถึง 3 คน คือ พล.อ.อุดมเดช พล.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.อ.อักษรา เกิดผล อดีตเสนาธิการทหารบก และหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ

นอกจากนั้นยังมีอดีตแม่ทัพและรองแม่ทัพภาคที่ 4 อีกถึง 6 คน มีอดีตตำรวจเพียง 1 คน และอดีตผู้บริหารระดับสูงของ ศอ.บต.จำนวน 2 คน อีก 1 คนคืออดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

จะเรียกว่า “ครม.ส่วนหน้า” ชุดนี้เป็น “ครม.ท็อปบูท” ก็คงไม่ผิดอะไร เพราะมีอดีตทหารถึง 3 ใน 4

  แต่ที่น่าจับตากว่านั้น คือ ทั้งหมดเป็นอดีตข้าราชการ!

การให้น้ำหนักกับอดีตข้าราชการ หรือข้าราชการเกษียณ ลงไปรับงานใหญ่ที่มีความอ่อนไหวและมีพลวัตสูงอย่างปัญหาชายแดนใต้ ทำให้มีเสียงเตือนจากนักวิชาการด้านความมั่นคงอย่างศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ที่ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ทีมล่าความจริง” เอาไว้

“ที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะให้ข้าราชการเกษียณทั้งทหารและพลเรือนไปทำหน้าที่ ‘ครม.ส่วนหน้า’ ต้องระวังว่าจะกลายเป็น ‘ชมรมข้าราชการเกษียณอายุ’ หรือเปล่า”

นอกจากนั้น อาจารย์สุรชาติ ยังบอกว่า แนวคิดตั้ง ครม.ส่วนหน้า ไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่เคยทำมาแล้วยุคอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร แต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ จึงหวั่นเกรงว่า “ครม.ส่วนหน้า” ที่ตั้งขึ้นใหม่อาจจะซ้ำรอยเดิม

ตั้งแต่ปี 2524 ประเทศไทยมี “องค์กรเฉพาะกิจ” หรือ “องค์กรพิเศษ” เพื่อทำหน้าที่ดับไฟที่ปลายขวานมาแล้วมากกว่า 10 องค์กร บางองค์กรตั้งมาแล้วก็ถูกยุบ สักพักก็ตั้งใหม่ ไล่เรียงรายชื่อได้ดังนี้

1. และ 2.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กับ กองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารที่ 43 (พตท.43) ตั้งขึ้นเมื่อปี 2524 รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และถูกยุบในปี 2545 รัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ

3.คณะกรรมการนโยบายเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ตั้งขึ้นในปี 2546 รัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ แต่ไม่เคยประชุมกัน

4.กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อปี 2547

5 และ 6.กองอำนวยการนโยบายเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กสชต.) กับ คณะกรรมการบริหารจัดการในพื้นที่ตามนโยบายและยุทธศาสตร์เสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กบชต.) ตั้งขึ้นในปี 2548 เพื่อปรับโครงสร้าง กอ.สสส.จชต.

7 และ 8.ศอ.บต.กับ พตท. เป็นการฟื้นองค์กรเก่ายุค พล.อ.เปรม ขึ้นมาใหม่ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

9.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รับผิดชอบปัญหาภาคใต้ตั้งแต่ปี 2551 หลังมี พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รองรับอำนาจ กอ.รมน.

10.ศอ.บต.โฉมใหม่ที่มีกฎหมายรองรับ คือ พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ช่วงนั้นมีการส่งรัฐมนตรีลงไปนั่งทำงานในพื้นที่ คือ นายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.มหาดไทย กำกับดูแล ศอ.บต.

11. ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

12.คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) เป็นองค์กรพิเศษดับไฟใต้ในยุคที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง

น่าสังเกตว่าทุกองค์กรตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา และลดประเด็นที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการประสานงาน หรือระเบียบขั้นตอนที่ล่าช้าของทางราชการ

ตั้งมาแล้วนับสิบองค์กรยังแก้ไม่ได้ อาจารย์สุรชาติจึงทิ้งคำถามไว้อย่างน่าสนใจ

“จนวันนี้ถ้าจะพูดกันแบบล้อเล่น คือปัญหาการบริหารจัดการในภาคใต้ เป็นเหมือนละครที่แต่งตัวไม่เสร็จเสียที พูดง่ายๆ คือไม่ได้ออกหน้าโรงสักที เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมันไม่มีความชัดเจน ตกลงอะไรคือแกนของการบริหารจัดการ”

สรุปปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาของระบบราชการใช่หรือไม่?