“สุริยะใส”ชี้เป็นเรื่องยาก ใช้ "ม.44" ยุบสภา ชี้ยังมี ม.5 สำรองผ่าทางตัน กรณีเลือกนายกฯไม่ได้ใน 6 เดือน สงสัย "วิษณุ" เปิดประเด็นเพื่ออะไร
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงกรณีประเด็นข่าวเกี่ยวกับการใช้ ม.44 เพื่อยุบสภาเพื่อผมเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดกรณีที่ คสช.ต้องใช้มาตรา 44 ยุบสภา หากรัฐสภาเลือกนายกฯ รัฐมนตรีไม่ได้ภายใน 6 เดือน ที่สำคัญคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีคำถามพ่วง ก็ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว กรณีเลือกนายกฯจากบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอไม่ได้ ก็เพิ่มบทบาท สว.สรรหาเข้ามาปลดล็อคอีกทางหนึ่งอยู่แล้ว หรือถ้าสุดท้ายแล้วรัฐสภาเลือกนายกไม่ได้จริงๆ ก็ยังมีมาตรา 5 ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ ที่ระบุในวรรคสาม ว่า เมื่อมีกรณีตามวรรคสองเกิดขึ้น ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระเพื่อวินิจฉัย ซึ่งเป็นการนำมาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญฉบับ พศ.2550 และฉบับก่อนหน้านี้ มาขยายเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวปฏิบัติและเป็นการผ่าทางตันการเมืองไทย ซึ่งมีเหตุเกิดขึ้นบ่อยในช่วงหลังๆ จนนำไปสู่สิกฤติและเกิดการรัฐประหารที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะถึงขั้น ใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 ยุบสภาทิ้งไป ทั้งๆที่ประชาชนเพิ่งเลือกตั้งมา
"ผมเลยไม่ทราบเหมือนกันว่ารองนายกฯ วิษณุ เครืองาม มาเปิดประเด็นนี้เพื่อส่งสัญญานหรือไปเบี่ยงเบนเรื่องอะไรกันแต่ อำนาจตาม มาตรา 44 ก็ไม่ได้ระบุชัดเจนถึงขนาดนั้น ถ้าจะบอกว่าเพื่อบีบให้พรรคการเมืองใหญ่จับมือกันก็เป็นเรื่องยากฝืนธรรมชาติและความรู้สึกของประชาชน แทบไม่มีโอกาสเพราะตัวแปรทางการเมือง หากเกิดกรณีเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมืองไม่ได้เชื่อว่าพรรคที่ 3 จะจับมือกับ สว.เสนอนายกฯ คนนอกแน่นอน และโดยสถานการณ์สังคมการเมืองในขณะนี้ก็เร็วเกินไปที่จะคาดการณ์การเมืองไทยในอนาคตปีหรือสองปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการเมืองช่วงเปลี่ยนผ่านไม่มีอะไรแน่นอน แม้แต่การเลือกตั้งเองก็ตาม ยังไม่มีใครกล้ายืนยันช่วงเวลาที่แน่นอน " นายสุริยะใส กล่าว





