"นายกรัฐมนตรี" เผยรัฐบาลจัดทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติ "ในหลวง" ชุดยิ่งใหญ่ "สายธารพระราชไมตรี" เสนอพระราชกรณียกิจด้านต่างประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวใน “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ในปีพ.ศ.2559 นี้ ซึ่งยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในประวัติศาสตร์โลก รัฐบาลโดยบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในฐานะสื่อของรัฐ ได้จัดทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติชุดยิ่งใหญ่ “สายธารพระราชไมตรี” ซึ่งนำเสนอพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการเปิดตัวประเทศไทยต่อประชาคมโลกและเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2502 รวมทั้งสิ้น 29 ประเทศทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย, ทวีปอเมริกา, ทวีปยุโรป และทวีปออสเตรเลีย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้ประจักษ์ในพระอัจริยภาพและพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงสร้างความประทับใจแก่ชาวโลก และทรงได้รับการถวายการต้อนรับจากผู้นำของแต่ละประเทศอย่างสมพระเกียรติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทราบว่าสารคดีชุดนี้ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ทั้งภาพถ่าย, ภาพวาด, ภาพเคลื่อนไหว ตลอดจนสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทีมงานเดินทางตามรอยพระยุคลบาทครบทุกประเทศ ทุกเมือง และทุกสถานที่ จึงนับได้ว่าเป็นผลงานทางประวัติศาสตร์ ที่อยากให้คนไทย รวมทั้งเยาวชน-คนรุ่นใหม่ได้เห็น เนื่องจากหาดูได้ยาก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สารคดีชุดนี้กำหนดออกอากาศให้คนไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จำนวน 52 ตอนๆ ละ 20 นาที พี่น้องประชาชนสามารถติดตามชมได้ ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศต่างๆ และนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยน แบ่งปัน ช่วยเหลือ และร่วมมือ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการท่องเที่ยว มาจนถึงปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 71 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา มีผู้นำประเทศหลายท่านได้แสดงน้ำใจ สอบถามเกี่ยวกับพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถซึ่งเห็นว่าชาวต่างชาติมีความเข้าใจและรับรู้ ถึงความสำคัญและความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รวมทั้งบทบาทของพระองค์ ที่มีต่อมวลมนุษยชาติ อาทิ เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ ถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” ตามโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติซึ่งได้รับการกล่าวขานและยกย่อง มาจนถึงปัจจุบัน ว่าหลักปรัชญาของ“เศรษฐกิจพอเพียง” มีคุณูปการต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้นานาประเทศตื่นตัว ในการปรับรูปการพัฒนา ภายใต้แนวคิดใหม่นี้ ซึ่งชี้ถึงแนวทางการพัฒนาที่เน้นความสมดุล, ความพอประมาณและความมีเหตุผล ประกอบกับสำนึกในคุณธรรม และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอ ที่จะต้านทานและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากกระแสโลกาภิวัตน์
“นับได้ว่าเป็นหลักการสำคัญ ที่รัฐบาลปัจจุบันก็ได้น้อมนำมาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา อย่างเต็มรูปแบบนะครับ รวมทั้งเป็นแนวทางแก้ปัญหาของประเทศและ ประชาคมโลก ที่สร้างความยั่งยืน เช่น ปัญหาผู้หนีภัยและการเคลื่อนย้ายที่ไม่ปกติ, ปัญหาโลกร้อน และปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น





