วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พล.ต.ต.อดุลย์' ร้องสื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม

"พล.ต.ต.อดุลย์" ร้องสื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม แจงถูกปล้นชัยชนะไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็น "ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ"

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชนประจำ บช.น. กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเสนอรายชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ผบช.รร.นรต.)

โดย พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นการถูกปล้นชัยชนะ เพราะระเบียบกฎเกณฑ์ กฎหมายมีอยู่ ถือว่า พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 53(2) กำหนดชัดเจนว่าการแต่งตั้งระดับผู้บัญชการต่างๆ จะต้องเป็นอำนาจของของ ก.ตร. ทั้งนี้การแต่งตั้งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจเป็นหน่วยงานเดียวที่มีการคัดเลือกโดยใช้คุณธรรม คือการแสดงวิสัยทัศน์ ระเบียบของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2551 กำหนดไว้ชัดเจน เมื่อแสดงวิสัยทัศน์แล้ว สภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจจะต้องนำเสนอเข้า ก.ตร. เพื่อแต่งตั้ง ซึ่งตนได้แสดงวิสัยทัศน์ไปเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ได้คะแนนจากกรรมการเกินครึ่ง 8 ต่อ 14 เสียง ถือว่าชนะเลิศ ตามหลักเกณฑ์ถ้าคะแนนเกินครึ่ง ไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา ถือว่ามติที่แต่งตั้งยังคงอยู่ แต่ปรากฎว่าคณะกรรมการในส่วนของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือสภาการศึกษา ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 15 ก.ย. พิจารณาคัดเลือกผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณาที่จะยกเลิกมติกรณีเสนอชื่อตนเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่ไม่สามารถลงมติได้ ต้องมีหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาก่อน โดยวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ลงนามในหนังสือให้มีการนัดประชุมสภาการศึกษาในวันที่ 20 ก.ย. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยอย่างเร่งด่วน ตนมองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะ ผบ.ตร. เป็นกรรมการอยู่ในสภาการศึกษา ปรากฎว่าได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปประชุมแทน

“สภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยมีมติให้ผมเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. อยู่ๆ ผบ.ตร. มีหนังสือระบุว่าไม่เห็นชอบผม โดยไม่มีเหตุผลใดใดทั้งสิ้น หากระบุว่าผมไม่ดี มีคุณสมบัติไม่ครบ จึงจะยอมรับในส่วนนี้ แต่การดำเนินการตามคุณสมบัติมีคณะกรรมการตรวจสอบ ผมมีครบถ้วนหมด มีคณะกรรมการตรวจสอบผมก็ชนะเลิศ และมาเลือกคนที่แพ้ 2 คน และแต่งตั้ง พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจแทนผม ทั้งๆ ที่ได้คะแนนในการแสดงวิสัยทัศน์ 6 คะแนน เป็นลำดับที่ 2 ทั้งนี้ชื่อของพล.ต.ท.ปิยะ จะถูกนำเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร. ในวันพรุ่งนี้เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาโรงเรียนนายร้อย แทนตน ซึ่งจริงๆ ผมก็อยากจะนิ่ง แต่ในเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ร้องขอความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา ” พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยโกงกิน ไม่เคยรีดไถประชาชน ทำแต่สิ่งที่ดีเพื่อบ้านเมือง ในการแสดงวิสัยทัศน์โรงเรียนนายรอ้ยตำรวจตนดำเนินการตามหลักเกณฑ์ทุกประการ ไม่มีบิดพริ้ว ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาข้อขัดข้อง และได้รับการคัดเลือก จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีปัญหาใดที่เป็นเหตุผลที่จะมาล้างว่าตนไม่ดี มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม แต่ก็ถูกปล้นไปแล้ว ทั้งนี้ตนได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร. และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งการเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยต้องมีความสง่างาม เป็นแบบอย่างที่ดีถ้าเกิดจะมาใช้ความไม่ชอบมาพากลในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรมและผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับความเป็นธรรมคงต้องดำเนินการตามขั้นตอน

เมื่อถามว่าเกี่ยวกับคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 54/2559 ที่ถอดถอนนายกสภาการศึกษาและกรรมการการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง หรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ตามคำสั่งไม่ได้ถอดถอนมติที่มีอยู่แล้ว ถือว่ามติดังกล่าวยังอยู่อย่างสมบูรณ์ มติที่มาแย้งถือว่าเป็นมติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตอนนี้ก็ยื่นอุทธรณ์กับผู้บังคับบัญชาไปก่อน เพื่อขอความเป็นธรรม หากมติ ก.ตร. ระบุว่าตนไม่ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อย คงจะต้องดำเนินการฟ้องศาลปกครองต่อไป

“คณะกรรมการชุดใหม่ต้องทำหน้าที่ถอดถอนคณะกรรมการชุดเก่าก่อน เพราะชุดเก่าเข้ามาโดยการโปรดเกล้า เมื่อไม่ได้ถอดถอน ก็ไม่มีสิทธิไปดำเนินการพิจารณาสรรหา ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ใหม่ได้ ประกอบกับหนังสือของ ผบ.ตร.เป็นความเห็นส่วนตัวและใช้อำนาจเกินจากสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ทำให้สภาการศึกษาชุดใหม่มีมติซ้อนมนิเดิม โดยไม่มีอำนาจพิจารณา ซึ่งตนขอยืนยันและสงวนสิทธิ์เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจในวาระการแต่งตั้งประจำปี 2559” พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว