วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ราเมศ' โต้แถลงการณ์ พท. บิดเบือนจำนำข้าว

“ราเมศ” โต้แถลงการณ์ พท. บิดเบือน ปมจำนำข้าว อ้างป.ป.ช. ไม่ได้ 2 มาตรฐาน แนะนำสิ่งที่แถลง ไปสู้ในชั้นศาลดีกว่า

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.59 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึง กรณีที่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาโจมทีกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า มุ่งเล่นงานแต่คนพรรคเพื่อไทย โดยได้ออกแถลงการณ์ 8 ข้อว่า ในเรื่องนี้ตนขอชี้แจงว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อทำให้เห็นว่า ป.ป.ช. ทำงาน 2 มาตรฐาน ทั้งที่คดีเหล่านี้เป็นการเดินตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย โดยคดีที่ ป.ป.ช.ตั้งขึ้นมาตรวจสอบไต่สวน ไม่ได้มีแค่ของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ทาง ป.ป.ช. ก็ตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน                            

“เหตุนี้ จึงขอให้พรรคเพื่อไทยยอมรับกระบวนการตรวจสอบและหลักกฎหมายนี้ เพราะในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย มีเสียงข้างมาก ได้กระทำการขัดหลักกฎหมายและความถูกต้องมากมายหลายกรณี เช่น การโยกย้ายข้าราชการโดยไม่เป็นธรรม การทุจริตกรณีจำนำข้าว การไม่ประกาศราคากลางในเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ ตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103/7 การกดบัตรแทนกันในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงกรณีน้ำท่วมจากการบริหารน้ำที่ล้มเหลว ล้วนเป็นผลงานของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น เมื่อมีการร้องต่อหน่วยงานอิสระให้มีการตรวจสอบ ป.ป.ช.ก็ต้องดำเนนการตามกฎหมาย ดังนั้น อย่าออกมาตีโพยตีพาย เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม เพราะถ้าไม่ได้ทำผิด ป.ป.ช.ก็ไม่สามารถยกเรื่องขึ้นมาตรวจสอบไต่สวนเองได้ ทั้งนี้ขอให้กำลังใจ ป.ป.ช.ว่าอย่าได้หวั่นไหว ขอให้ดำเนินการไปตามหลักกฎหมาย ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด” นายราเมศ กล่าว                             

นายราเมศ กล่าวอีกว่า ในส่วนแถลงการณ์ 8 ข้อของพรรคเพื่อไทยที่ขอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทบทวนการเรียกค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าว และยกเลิกการใช้มาตรา 44 นั้นว่า ตนขอเรียกร้องไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้เร่งดำเนินการตามกฎหมายให้รัฐมนตรีรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงกรณีการบิดเบือนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตจำนำข้าว ส่วนที่แถลงการณ์ระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวระบุว่า เป็นครั้งแรกที่มีการเอาเรื่องของกำไรขาดทุนมาดำเนินคดีนั้น ตนเห็นว่า จากที่มีการตรวจสอบก็เพราะว่ามีการใช้งบประมาณที่ส่อไปในทางที่ทุจริต และการอ้างว่าเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวนั้นมีการดำเนินการรวบรับ โดยอ้างเรื่องอายุความ ที่ผ่านมาก็ได้มีการดำเนินการอย่างที่เป็นขั้นตอนมาโดยตลอด และถ้าหากถ้าหากมีการปล่อยให้หมดอายุความ ภาครัฐก็จะเป็นผู้ถูกดำเนินคดี ในส่วนการอ้างว่าฝ่ายภาครัฐมีการดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายโดยผู้ที่ไม่เป็นกลาง เพราะไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าวนั้น ตนเห็นว่าจากสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้ออกแถงการณ์มาทั้งหมดนั้นควรจะนำไปต่อสู้ในชั้นศาล ไม่ควรจะออกมาสร้างบิดเบือนและสร้างความสับสนให้ประชาชน