วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กฤษฎีกา' โต้ 'บุญทรง' เรียกค่าเสียหายจำนำข้าวได้

"เลขาฯ กฤษฎีกา" โต้ "บุญทรง" เรียกค่าเสียหายจำนำข้าวได้ แม้ศาลฎีกายังไม่ตัดสิน แจง แก้ระเบียบความรับผิดละเมิดจนท.รัฐ เหตุข้อความซ้ำ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่2) พ.ศ.2559 ที่มีการตัดเนื้อหาอายุความในข้อ 18 จากฉบับเดิมออกว่า ระเบียบไม่สามารถกำหนดอายุความใดๆได้ เนื่องจากเป็นแค่ระเบียบ แต่การกำหนดอายุความต้องกำหนดโดย พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เพราะมันมีผลต่อการจำกัดสิทธิบุคคลในการใช้สิทธิต่างๆ ส่วนระเบียบฉบับเดิมนั้น เป็นการเอาข้อความในพ.ร.บ.เขียนมาไว้มาลอกลงในระเบียบ เมื่อซ้ำกันจึงมีการตัดออก

“เมื่อมีการตัดออกไปเรื่องอายุความไม่ได้หายไปไหน แต่ยังมีอยู่ในมาตรา 10 วรรคสอง ของพ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ให้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั้นมีอายุความหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่หน่วยงานรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง เรื่องนี้จึงไม่มีอะไรพิสดาร ส่วนที่มีการตัดข้อ 19 จากระเบียบฉบับเดิมออกนั้น เพราะปัจจุบันมีการใช้ตามกฎหมายป.วิ ปกครองอยู่แล้ว” นายดิสทัต กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ออกมาระบุไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีการเรียกค่าเสียหายกรณีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสิน นายดิสทัต กล่าวว่า เรื่องการเรียกค่าเสียหายกับการดำเนินคดีอาญาในศาลฎีกาฯ เป็นการดำเนินการคนละส่วนกัน โดยการเรียกค่าเสียหายเป็นการดำเนินการตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ ในอดีตเคยมีลักษณะแบบนั้น ส่วนทางผู้ที่ถูกเรียกค่าเสียหายจะต่อสู้อย่างไรถือเป็นสิทธิ