"สภากทม." ลุยแก้วิกฤตจราจร หนุนสร้างสะพาน-อุโมงค์-แก้คอขวด เปิดทางระบายรถยนต์ 4 มุมเมือง ตั้งเป้าเพิ่มระบบขนส่งรถ-ราง
พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีสภากทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯมีรถยนต์อยู่ประมาณ 9 ล้านกว่าคัน ซึ่งก่อนหน้านี้การจราจรในกรุงเทพฯมีปัญหามาหลายสิบปี และยังไม่มีการแก้ไขเป็นรูปธรรมจึงต้องมีการดำเนินการโดยด่วน เพราะเคยมีผลวิจัยออกมาว่าผลเสียหายจากปัญหารถติดมีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท ซึ่งการแก้ปัญหาจราจร กทม.ต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงานอื่น อาทิ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า สำนักงานนโยบายขนส่งและจราจร กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการวิสามัญฯเป็นครั้งแรก ซึ่งปัญหาจราจรเบื้องต้นพบว่า มี 2 ด้าน 1.จุดตัดของถนน บริเวณแยกต่างๆ 2.จุดคอขวดของถนนที่แคบลง
ทั้งนี้ ในระยะที่ 1 หรือระยะเร่งด่วน หรือแผนระเร่งระบาย จะเป็นแผนระบายรถยนต์ออกจากรุงเทพฯในทุกทิศทาง โดยประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อเร่งระบายรถยนต์ในถนนหลัก 20 กว่าเส้นทางทั้งทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออกและตะวันตก เมื่อระบายได้แล้วรถยนต์ที่อยู่ในเมืองจะมีความคล่องตัวในการเดินทางมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาถือว่าเมื่อรถไม่สามารถระบายได้ก็กระทบติดกันทั้งเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางของกรุงเทพฯ อาทิ อนุสารีชัยสมรภูมิ ถึงแยกสามย่าน จะมีแยกต่างๆตั้งแต่แยกพญาไท แยกราชเทวี แยกปทุมวัน ซึ่งแยกเหล่านี้เปรียบเหมือนไข่แดงที่ต้องเร่งระบายรถยนต์ ไปยังพื้นที่ไข่ขาวหรือเรียกว่าในพื้นที่กรุงเทพฯรอบนอก และพื้นที่จังหวัดปริมณฑล ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม เพียงแค่ให้ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) เป็นศูนย์สั่งการ
จากนั้นระยะที่ 2 ต้องมีการปรับวิศวกรรมการจราจรในกรุงเทพฯ โดยแยกต่างๆต้องมีสะพานข้ามรถยนต์ และอุโมงค์ให้สมบูรณ์ ส่วนพื้นที่เป็นคอขวดต้องมีการขยายเช่น คอขวดแยกลาดพร้าว จะขยายมาในพื้นที่สวนจตุจักรได้หรือไม่ หรือถ้าไม่ได้ก็อาจจะต้องทำสะพานข้ามเพื่อให้รถได้ระบายไปยังถนนวิภาวดี ขณะที่แผนระยะ 3 เป็นระยะยาวต้องมีการบริการระบบขนส่งสาธารณะแบบครบวงจร ตั้งแต่ระบบราง ทางด่วน รถไฟฟ้าบนดิน ใต้ดิน เรือ จุดเชื่อมต่อของถนนต้องปฏิสัมพันธ์กัน ดังนั้นเชื่อว่าหากดำเนินการตามแผนได้การแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะเป็นรูปธรรม
“ปัจจัยหลักเกิดจากจุดตัดรถและคอขวดที่มีมาก แต่ถ้าทำให้ไม่มีสี่แยก มีสะพานหรืออุโมงค์แทนรถก็จะระบายออกได้เหมือนน้ำไหล ถ้าไม่มีอะไรกั้นก็จะไปได้หมด ส่วนแนวคิดของผู้ว่าฯกทม.ที่อยากให้มีการคุมกำเนิดรถยนต์เข้าพื้นที่หรือการจดทะเบียบรถยนต์ใหม่นั้น คงต้องดูความจำเป็นของประชาชนด้วย เพราะรถยนต์ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของประชาชน ถ้าไปจำกัดสิทธิแบบนั้นก็จะกระทบกับการชีวิตของประชาชนได้ ดังนั้นถ้าจะมีรถยนต์มากเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องเริ่มแก้จากวิศวกรรมจราจรให้ดี โดยแผยจะเริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.นี้ ซึ่งประชาชนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังว่าเป็นอย่างไร” พล.ต.ต.ประสพโชค กล่าว





