วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จนท.จู่โจมผับ-บาร์ทั่วเมืองพัทยา ขู่ผิดซ้ำซากจะสั่งปิด

ปลัดฯบางละมุง นำทหาร-ตำรวจ จู่โจมสถานบริการผับทั่วเมืองพัทยา ขู่ฝ่าฝืน-ผิดซ้ำซากจะถูกสั่งปิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 16 กันยายน นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอำเภอบางละมุง (หัวหน้าฝ่ายมั่นคง) จ.ชลบุรี เป็นหัวหน้าชุดนำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทหารและตำรวจ สภ.เมืองพัทยา กว่า20นาย ออกตรวจสอบสถานบันเทิงสถานบริการยามราตรี ทั้งผับ เทค ร้านเหล้า บาร์เบียร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายทั่วเมืองพัทยา โดยมีเป้าหมายร้านดังๆ หลายแห่ง ตั้งแต่ย่านพัทยาเหนือ พัทยากลาง และพัทยาใต้ หลังได้รับคำสั่งจากนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง ให้นำกำลังทำการเข้าตรวจสอบสถานบริการในพื้นเมืองพัทยาที่ซึ่งเป็นร้านเป้าหมายที่ได้รับรายงานและรับการร้องเรียนว่า มีการฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายทั้งในเรื่องเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดเกิดเวลาและมั่วสุมให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปี เที่ยวรวมถึงต้องสงสัยว่านักเที่ยวราตรีจะทั่วมุมเสพยาเสพติดในสถานบันเทิง

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าจู่โจมเข้าตรวจสอบสถานบริการสถานบันเทิงเป้าหมายหลายแห่ง ประกอบด้วย ร้านนัวร์ผับ ย่านแยกคาวบอย ถนนสายสามพัทยาเหนือ ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และ ร้านฟินผับ ย่านถนนพัทยาสายสอง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย , ร้านนมโต ริมถนนพัทยาสายสามย่านพัทยากลาง ซึ่งร้านแห่งนี้ตรวจค้นเจอเครื่องดูดบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน3ตัวน้ำยาหัวเชื้อกลิ่นต่างๆ สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า3ขวดอยู่ภายในเค้าน์เตอร์แคชชียร์

โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายสมชาย เดวิเลาย์ อายุ 20 ปี ซึ่งผู้ที่รับเป็นเจ้าของและอ้างว่าเป็นลูกค้านำมาเสพเอาตัวไปดำเนินคดี ข้อหาครอบครองซึ่งบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นสินค้าที่ห้ามขายหรือห้ามบริการสินค้า และให้บริการสูบ ซึ่งบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาตและได้เข้าตรวจสอบวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องสงสัยว่าเป็นวินเถื่อนบริเวนหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในซอยเฉลิมพระเกียติ21

โดยวินจักรยานยนต์รับจ้างจุดดังกล่าวนี้ ได้รับร้องเรียนว่า เป็นมีการเสริมคนมาขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อนหลายคน และเป็นวินเถื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบพบเพียงคนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่จุดดังกล่าวคนเดียว แจ้งว่าอายุไม่ถึง20ปี แต่งกายสวมรองเท้าแตะไม่เหมาะสมตามกฎระเบียบตรวจสอบตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเพิ่งมาวิ่งวินรับจ้างไม่นาน ไปแจ้งชื่อไว้แต่อายุไม่ถึง20ปี เลยไม่ได้บัตร จึงแอบมาเสริมวิ่งรับจ้างกับเพื่อนๆ ซึ่งก็เป็นวินรับจ้างเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจริงๆ จึงทำการตรวจยึดรถและทำประวัติวินจักรยานยนต์ดังกล่าวไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปโจมโจมเข้าตรวจสอบร้าน เดอะฟาสผับ2 พัทยา (THE FAST PUB2 PATTAYA) ภายในซอยบัวขาว ซึ่งเป็นผับที่เพิ่งเปิดใหม่พบนักเที่ยวจำนวนหนึ่ง ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า20ปีเที่ยวอยู่ในร้านจำนวน 3 คน และจับกุมตัว นายพิพัฒน์ สุทวรรณ อายุ 29 ปีซึ่งเป็นพนักงานของร้าน ซึ่งมีอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกง และตรวจสอบพบว่ามีฉี่สีม่วงซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าซื้อยาไอซ์มาเสพประจำจึงนำตัวไปดำเนินคดี

สำหรับการเข้าจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเป็นการคุมเข้มสถานบริการสถานบันเทิงในพื้นเมืองพัทยา ไม่ให้ละเลยหรือฝ่าฝืนแอบกระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดตลอดเวลา เพื่อเป็นการจัดระเบียบสังคมให้เมืองพัทยา เป็นสถานที่เที่ยวอย่างถูกต้องถูกกฎหมายทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งจะได้เข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากยังพบว่ามีสถานบันเทิงสถานบริการแห่งใดฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายก็จะให้กฎหมายเด็ดขาด ในการดำเนินคดีคืออาศัยอำนาจมาตรา44 ดำเนินการสั่งปิด5ปี เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อสถานบันเทิงอื่นๆที่ยังฝ่าฝืนอยากทำผิดกฎหมายได้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่ถูกจับดำเนินคดีแสดงความไม่พอใจบ้าง ก็ว่าถูกจี้จับและโวยวายให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจจับร้านอื่นๆ ที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายให้หมดทุกร้าน เพราะส่วนใหญ่ก็ทำผิดกฎหมายกันหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบอีกหลายแห่งและลงบันทึกข้อมูลตามที่ได้รับการแจ้งเบาะแสจากผู้ประกอบการที่มีการบอกมาดังกล่าว