วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยไตรมาส3ปี59 รพ.สธ.วิกฤติเงินระดับมาก 86 แห่ง

เผยไตรมาส 3ปี59 รพ.สธ.วิกฤติเงินระดับมาก 86 แห่ง น้อยกว่าปีก่อน กันงบบัตรทองไว้ 100 ล้านบาทต่อเขต

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ว่า สธ.ได้ร่วมหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เกี่ยวกับแนวทางในการจัดสรรงบประมาณลงไปยังโรงพยาบาลในสังกัด โดยเน้นจัดสรรตามความจำเป็นของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง โดยจะจัดสรรเป็นขั้นบันได พิจารณาจัดสรรให้โรงพยาบาลตามความจำเป็นต่างๆ อาทิ มีภาระค่าใช้จ่ายมาก จำนวนประชากรน้อย อยู่พื้นที่ห่างไกล เป็นต้น ก็จะได้งบเหมาจ่ายรายหัวมากกว่าเดิม นอกจากนี้ จะตั้งงบประมาณกลางไว้ที่เขตสุขภาพจำนวน 100 ล้านบาทต่อเขต จำนวน 12 เขตเป็นเงิน 1,200 ล้านบาทสำหรับเกลี่ยในภาพรวมให้โรงพยาบาลในแต่ละเขตสุขภาพที่มีรายได้ไม่พอ ก็จัดสรรเติมไปให้ หากยังเหลือก็ให้โรงพยาบาลที่เป็นหนี้ เพื่อให้เคลียร์หนี้สิน เป็นต้น     

“การพิจารณาว่าโรงพยาบาลไหน งบประมาณพอหรือไม่ ก็ต้องดูที่ตัวเลขทางการเงิน ซึ่งก็จะแบ่งออกเป็น 20 กลุ่ม พิจารณา 3 ปัจจัย มีจำนวนเตียงของแต่ละโรงพยาบาล จำนวนประชากร และ service plan หรือแผนการจัดการบริการสุขภาพ อย่างพื้นที่สิงห์บุรี บางรพ.หักเงินเดือนบุคลากรแล้ว ปรากฏว่าหากจัดสรรงบเหมาจ่ายตามแบบเดิม ไม่เหลือเงินเลย ดังนั้น ต้องปรับแผนการบริหารจัดการใหม่ การแบ่งกลุ่มก็จะทำให้จัดสรรงบได้ตรงจุด แก้ปัญหาได้มากขึ้น ไม่เพียงแต่การจัดสรรงบเท่านั้น การบริหารภายในก็สำคัญ โดยภายในเดือนกันยายนนี้ รพ.แต่ละแห่งจะต้องนำส่งแผนการเงิน เป็นการประเมินรายรับ รายจ่าย จะมีแผนการใช้งบของแต่ละกลุ่ม ทั้งค่าแรง ค่ายา แต่ละกลุ่มจะจัดทำแผนเข้ามาให้ส่วนกลางพิจารณาซึ่งแต่ละรพ.จะไม่สามารถตั้งงบประมาณที่เกินจริงได้ เพราะจะพิจารณารพ.ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันด้วย ซึ่งรพ.กลุ่มเดียวกันก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรแตกต่างกันมาก หากรพ.ไหนระบุมาโดดกว่าที่อื่นก็ต้องมีการตรวจสอบก่อน” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวด้วยว่า สำหรับโรงพยาบาลที่ขาดสภาพคล่องหรือวิกฤตระดับ 7 นั้น ตัวเลขสิ้นไตรมาส 3 ของปีนี้เหลือ 86 แห่ง น้อยกว่าปี 2558 ในช่วงเดียวกันที่มีถึง 104 แห่ง อย่างไรก็ตามในเรื่องการบริหารจัดการจะมีการประเมินตลอด โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ก็ต้องมีหลักในการบริหารจัดการรพ.ในกลุ่มที่ตนเองดูแลด้วย โดยเฉพาะรพ.วิกฤตระดับ 7 จะต้องไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ใช่แค่ประเมินผู้ตรวจฯ ตนเองก็ต้องถูกประเมินจากรัฐมนตรีว่าการสธ.เช่นกัน