วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สคบ.'ลุยฟ้องเอกชนเอาเปรียบผู้บริโภค รวมกว่า11ลบ.

สคบ.เดินหน้าฟ้องแพ่งเอกชนเอาเปรียบผู้บริโภค รวมวงเงินที่ต้องชดใช้คืนกว่า 11 ล้านบาท ชี้ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจทัวร์-ตั๋วเครื่องบิน-ความงาม-ฟิตเนส

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือคคบ. ที่มีม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เอาเปรียบผู้บริโภคกว่า 42 เรื่อง แบ่งเป็นด้านสินค้าและบริการทั่วไปจำนวน 20 เรื่อง และด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 22 เรื่อง โดยในส่วนของการร้องเรียนด้านสินค้าและบริการทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับ ธุรกิจทัวร์และตั๋วเครื่องบิน  ธุรกิจรถยนต์ทั้งรถใหม่และรถใช้แล้ว ธุรกิจเสริมความงาม ธุรกิจฟิตเนส และธุรกิจท่องเที่ยว รวมวงเงินที่ผู้ประกอบการต้องชดใช้คืนกว่า 11 ล้านบาท

สำหรับการร้องเรียนด้านสินค้าและบริการนั้น พบว่า เรื่องที่ถูกร้องเรียนที่มีมูลค่าการชดใช้เงินคืนกับผู้บริโภคสูงสุด คือ ด้านที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว คิดเป็นวงเงินกว่า 5.74 ล้านบาท รองลงมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้บริการสถานเสริมความงาม คิดเป็นวงเงิน 4.92 ล้านบาท และด้านสุดท้ายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ คิดเป็นวงเงิน 369,000 บาท ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้สคบ.จะรับหน้าที่ไปดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้กับผู้บริโภคต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของการร้องเรียนด้านที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทั้งให้ดำเนินคดีกับบริษัททัวร์ที่ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขข้อตกลง ยกเลิกการเดินทางแล้วไม่คืนเงิน หรือจองตั๋วเครื่องบินไม่ได้แต่ไม่ยอมคืนเงินเป็นต้น ซึ่งมีทั้งทัวร์ไปเกาหลีและญี่ปุ่น เช่น กรณีของสคบ.ที่ได้รับหนังสือจากสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้อง 228 ราย ได้รับความเสียหายจากการจองแพ็คเกจท่องเที่ยวต่างประเทศกับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยผู้ร้องได้ชำระค่าบริการให้บริษัทผ่านบัญชีธนาคารแล้ว แต่เมื่อถึงกำหนดเดินทางปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ สคบ.จึงต้องฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งกับบริษัทให้ร่วมกันคืนเงินให้ผู้ร้องทั้งหมด คิดเป็นเงินกว่า 2.34 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย