วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.พบหญิงท้อง 18 สัปดาห์ติดเชื้อไวรัสซิกา

กทม. สั่งเฝ้าระวัง-ติดตามอาการใกล้ชิด ขณะที่สธ.ระบุยังมีคนท้องทั่วประเทศอยู่ในข่ายต้องจับตา 24 ราย หลังก่อนหน้าคลอดไปแล้ว 8 ราย เด็กปลอดภัย

นางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะรองโฆษกกทม. กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม. วานนี้ (5 ก.ย.) ว่าสำนักอนามัยได้รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 4 ก.ย.2559 ซึ่งพบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 8 ราย แบ่งเป็น กลุ่มที่มีถิ่นฐานในกรุงเทพฯ และมีประวัติเดินทางไปในจังหวัดที่มีการระบาดของโรค และกลุ่มที่เดินทางมาจากจังหวัดที่มีการระบาดมาพักในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยในจำนวนนี้หายเป็นปกติแล้ว 6 ราย 

ส่วนอีก 2 ราย ยังต้องติดตามอาการและสถานการณ์ เนื่องจาก 1 รายเป็นหญิงท้องปัจจุบันคลอดแล้ว ทารกแข็งแรงดี ไม่พบความผิดปกติ จากการตรวจเลือดและปัสสาวะไม่พบเชื้อ แต่ก็ยังต้องติดตามผลเลือด ส่วนอีก 1 ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 18 สัปดาห์ แต่ กทม.ได้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์และอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งควบคุมยุงตัวแก่และกำจัดลูกน้ำในพื้นที่เป้าหมาย

ทั้งนี้ กทม.ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างใกล้ชิด และครอบคลุมทุกด้าน พร้อมทั้งฝึกอบรมบุคลากรทีมสอบสวนควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็วจากทุกศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังและแจ้งข่าวไว้ทุกระดับ พร้อมทั้งจัดทำหนังสือแจ้งเตือน รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเพื่อป้องกันโรค โดยเฉพาะการป้องกันยุงกัดในหญิงตั้งครรภ์ และประสานด้านการเฝ้าระวังและควบคุมโรค กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด 

สำหรับกรณีพบผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ จะกำหนดพื้นที่เป้าหมาย รัศมี 100 เมตร จากบ้าน ที่ทำงาน และโรงเรียนของผู้ป่วย เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำ ภายใน 5 วัน และควบคุมโรคให้ได้ภายใน 14 วัน พร้อมทั้งค้นหาผู้ป่วยเพิ่มในชุมชน โรงเรียน หรือสถานที่ทำงาน พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และเฝ้าระวังผู้ที่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายทุกคนซึ่งถือว่าเป็นผู้สัมผัส ต้องติดตามอาการเป็นเวลา 14 วัน 

ด้านนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังการประชุมเทเลคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ป้องกันการระบาดของไวรัสซิกาว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทุกพื้นที่ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทั้งในบ้าน วัด และโรงเรียน หลังพบว่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย จากเดิมที่ลดลงเหลือ 10% ขยับขึ้นมาเป็น 60%

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจโรคซิกา เกิดจากยุงลายเป็นพาหะ จึงอยากให้ช่วยเร่งกันกำจัด เพื่อตัดวงจรการเกิด 3 โรค ทั้งไข้เลือดออก ซิกา ชิคุนกุนยา และควรมีการทายากันยุงในกลุ่มเสี่ยง เช่นหญิงตั้งครรภ์ หญิงวัยเจริญพันธุ์ ส่วนการติดตามการแพร่ระบาดของโรคพบว่า ยังมีบัญชีหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องติดตาม เนื่องจากอยู่ในพื้นที่พบโรคซิกา 24 คน