วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้องผู้ต้องหาตับแตก ยันให้ผ่าศพพี่ชายอีกครั้ง

น้องชาย "ธวัชชัย" ผู้ต้องหาตับแตก ยืนยันให้นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผ่าศพพี่ชายครั้งที่ 2

นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน จ.พังงา ที่ผูกคอตายขณะถูกควบคุมตัวที่ดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำกว่า 2 ชั่วโมงว่า ได้ให้ปากคำเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพี่ชาย ทั้งเรื่องการไปพบขณะอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่โรงพยาบาล และการไปรับหนังสือจากนิติเวช ซึ่งตนติดใจในผลการชันสูตรศพ เพราะเห็นว่าผิดธรรมชาติ จะเป็นมาอย่างไรก็แล้วแต่ ตนก็ไม่อาจทราบได้ ทำให้ต้องมีการผ่าชันสูตรอีกครั้งโดยนิติวิทยาศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ ก็จะต้องรอผลตรงนี้อีกครั้ง ตนข้องใจในการตายครั้งนี้ ไม่ว่ามีสาเหตุจากอะไร ตนมองว่าเจ้าของสถานที่ หน่วยงาน จะต้องพิจารณาดูด้วยว่าเกิดเหตุขึ้นได้อย่างไรในสถานที่ของท่าน หน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนคนไทยอีกหน่วยงานหนึ่ง แต่ทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลการชันสูตรครั้งที่2 จากกระทรวงยุติธรรม ออกมาเป็นการฆ่าตัวตายจริง จะยอมรับผลหรือไม่ นายชัยณรงค์ กล่าวว่า ยอมรับ เพราะเป็นผลทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ต้องนำผลทั้ง 2 ครั้งมาประกอบกัน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินเรื่องไป ตนเข้าไปร่วมไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ หลังจากนี้ตนจะเดินทางไปพบทนายก่อน จากนั้นดีเอสไอ.จะให้ตนไปดูสถานที่ และภาพวงจรปิด ซึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ตนไม่ดู เพราะรับแจ้งว่าดูได้เฉพาะทางเดินเท่านั้น จึงเห็นว่ามีเฉพาะทางเดินก็ไม่รู้จะไปดูอะไร ตนเชื่อว่าไม่ต้องร้องขอในการเข้าร่วมตรวจพิสูจน์ครั้งที่ 2 แต่ไม่แน่ใจว่า จะใจแข็งพอหรือไม่ที่จะสังเกตการณ์ผ่าพิสูจน์ ซึ่งตนได้ร้องขอให้ นิติเวช รพ.ตำรวจ และรพ.จุฬาลงกรณ์ ให้เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย นอกเหนือจากที่ดีเอสไอ. แจ้งว่าจะมีแพทย์จาก รพ.รามาธิบดี และรพ.ศิริราช

นายชัยณรงค์ เปิดเผยอีกด้วยว่า การสอบปากคำในครั้งนี้ ได้มอบใบแจ้งตาย พร้อมลงชื่อกำกับไว้มอบให้กับพนักงานสอบสวน ไม่มีการสอบสวนเรื่องอุปกรณ์ที่ทำให้พี่ชายตนเสียชีวิต หากถามตนก็คงตอบไม่ได้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้ถามความคืบหน้าในคดี ขอให้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำงานก่อน เพราะจะต้องสอบปากคำอีกหลายปาก

เมื่อถามว่า เชื่อในสาเหตุของการเสียชีวิตหรือไม่ นายชัยณรงค์ เปิดเผยว่า เชื่อเพียง 5% ปกติแล้วนายธวัชชัย เป็นคนร่าเริง ไม่เครียด วันที่ตนไปพบ ก็ไม่ได้เครียดอะไร หลังจากที่ห่างกันมาเกือบ 30 ปี จนถึงตอนนี้ ตนต้องขอรอฟังผลการชันสูตรทั้ง 2 ครั้งก่อน ว่าจะมั่นใจได้หรือไม่ หากผลออกมาแล้ว ก็ต้องดูว่ารับได้เพียงใด และรับไม่ได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 ก.ย.2559 เวลา 10.00 น. นายชัยณรงค์ จะเดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กรณีบริษัทสัมพันธ์ประกันภัย ซึ่งล้มละลายมาแล้วหลายปี ทางกรมบังคับคดีทำงานล่าช้ามาก จึงจำเป็นต้องรวมตัวไปเรียกร้องต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อเร่งรัดกรมบังคับคดี ส่งยอดไปให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)