รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ เกินเป้า13หลัง กทม.ย้ำต้องบังคับใช้ก.ม. เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน
แม้จะถูกกระแสต่อต้าน จากคนในชุมชนป้อมมหากาฬ และ เครือข่าย แต่เมื่อวานนี้กรุงเทพมหานครก็สามารถดำเนินการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในชุมชนได้ ซึ่งบรรยากาศขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไป เป็นไปด้วยความตึงเครียด เจ้าหน้าที่บุกพังกำแพงที่ล้อมด้วยสังกะสีเข้าไปในชุมชน ท่ามกลางเสี่ยงโห่ร้องของชาวบ้าน ที่รายล้อมรวมตัวกันทุกท่างเข้าของชุมชน
หลังจากนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวัลลภ สุวรรณดี ที่ปรึกษาผู้ว่ากทม. ร่วมเจรจากับ ประธานชุมชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จนได้ข้อสรุปรื้อถอนบ้านเรือนของประชาชน12 หลังที่ลงทะเบียน และ ยินยอม ส่วนเรือนไทยเก่าแก่ไม้สักทองทั้งหลัง อายุ 200 ปี สมัยรัชกาลที่ 5 จะไม่รื้อจะเก็บไว้ให้คนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ พร้อมแต่ตั้ง นางอังคณา นีลไพจิต เป็นตัวแทนชาวชุมชน เป็นคนกลางเจรจาหาข้อยุติให้ชุมชนอยู่ได้ ยืดระเวลาการรื้อถอนไปก่อน ทำให้เป็นที่พอใจของคนในชุมชน
ส่วนบ้านเรือนที่ยังเหลือ กทม.จะไม่ไล่ลื้อเด็ดขาดจนกว่า คณะกรรมการพหุภาคีที่มีประธานชุมชน ชาวบ้านและนักวิชาการ คณะกรรมการสิทธิ หารือพูดคุยกันเองจนได้ได้ข้อสรุป
พล.ต.อ. อัศวิน ระบุว่า พอใจกับการเขารื้อถอนวานนี้ เพราะเกินจากเป้าหมายจากทั้งหมด 13 หลัง รวมเป็น 16 หลัง ส่วนบ้านเรือนที่ยังไม่ได้รื้อในชุมชนก็จะพยายามทำความเข้าใจ แม้จะมีการประวิงเวลาออกในนการพูดคุยของคณะกรรมการสิทธิ์ กับ ชุมชน แต่ยืนยันว่ากทม.ต้องปฎิบัติตามกฎหมาย
สำหรับวันนี้ (4ก.ย.) กทม.จะเข้ารื้อถอนบ้านเรือนอีก 5 หลังที่เหลือ หลังจากนี้จะเร่งปรับปรุงพื้นที่ เมื่อได้พื้นที่คืนแล้วไม่ใช่แค่ทำสวนสวนสาธารณะเท่านั้น แต่จะนำพื้นที่บริเวณนี้เป็นพิพิธิภัณฑ์การเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้ผู้คนเข้าชื่นชมความสวยงามของเมือง





